10 เรื่องควรรู้ก่อนการสร้างบ้าน - การสร้างบ้านควรดูอะไรบ้าง
การสร้างบ้านเพื่ออยู่อาศัยนับว่าเป็นความฝันของคนส่วนใหญ่เลยทีเดียว ซึ่งก่อนการตัดสินใจสร้างบ้าน เจ้าของบ้านควรเตรียมความพร้อมในเรื่องต่างๆ เพื่อให้เห็นภาพรวมของบ้านทั้งหลังก่อนจะเริ่มดำเนินการก่อสร้าง ซึ่งการเตรียมความพร้อมนี้ จะช่วยให้เราได้บ้านแบบที่อยากได้ ทำให้การก่อสร้างเป็นไปอย่างราบรื่น และการสร้างบ้านเสร็จลุล่วงตามเวลา-แผนที่กำหนดไว้ ซึ่งเรื่องต่างๆ ที่เจ้าของบ้านใหม่ควรคำนึงถึง-ไม่ควรมองข้าม มีดังนี้
1. การเลือกทำเลที่ตั้งและสภาพที่ดิน
ดูทำเลที่ตั้ง ดูที่ดินสำหรับปลูกสร้าง การเลือกทำเลที่ตั้งในการปลูกบ้าน ถือเป็นปัจจัยที่สำคัญมากในเรื่องของการสร้างบ้าน เจ้าของบ้านควรคำนึงถึงความสะดวกสบายหลังจากที่สร้างบ้านเสร็จแล้ว เช่น การเข้าถึงระบบขนส่งสาธารณะ การเดินทางไปที่ทำงาน การเดินทางไปสถานที่สำคัญต่างๆ และความปลอดภัยของย่านทำเลที่อยู่อาศัย รวมถึงเส้นทางในการเดินทางเข้า-ออกจากบ้าน (ควรมีมากกว่า 1 เส้นทาง)
นอกจากนี้ควร สำรวจพื้นดินทำเลสร้างบ้าน สภาพชั้นดินที่แข็งแรงเป็นป้อมปราการชั้นดี ที่ช่วยยึดจับบ้านต้านภัยน้ำหลากได้ ดังนั้นหากอยู่ในพื้นที่มีประวัติน้ำท่วม ให้หลีกเลี่ยงพื้นดินที่เป็นหินกรวด ทราย หรือดินเหลว ให้มองหาพื้นที่ชั้นหินแข็งแรง หรือชั้นดินที่หนาแน่น หากสำรวจด้วยตาเปล่าแล้วไม่แน่ใจ ให้ปรึกษาวิศวกรอีกครั้ง
2. ระดับความสูงของพื้นที่และการถมดิน
การถมดินเพื่อสร้างบ้าน ควรถมเท่าไหร่ ให้ดูที่ระดับพื้นถนนหน้าบ้านเรา ซึ่งบริเวณบ้านที่จะทำการก่อสร้าง ควรสูงกว่าระดับถนน 50 ซม. ขึ้นไป (ถ้าถนนหน้าบ้านเป็นดินแดง ลูกรัง ควรถมดินให้สูงกว่าระดับถนนหน้าบ้าน 1 เมตร เพื่อรองรับการทำถนนใหม่ในอนาคต) แต่ถ้าบริเวณก่อสร้างมีน้ำท่วมถึง ก็ให้ดูร่องรอยน้ำท่วม แล้วถมดินให้สูงกว่ารอยน้ำท่วม 50 ซม. ขึ้นไป เพื่อให้ตัวบ้านอยู่เหนือระดับน้ำที่เคยท่วมสูงสุด
3. รากฐานและเสาเข็ม
เพิ่มความยาวเสาเข็ม เสาเข็มถือเป็นส่วนสำคัญที่สุดของบ้าน ทำหน้าที่ในการค้ำยัน ถ่ายน้ำหนักของตัวบ้านลงสู่พื้นดิน ดังนั้นหากทราบว่าหน้าดินของพื้นที่ที่จะสร้างบ้านมีการสไลด์ หรือไม่แข็งแรงพอ ควรออกแบบเสาเข็มให้มีความยาวมากกว่าปกติ เพื่อป้องกันการเสียหายของหน้าดินที่จะส่งผลต่อความแข็งแรงของโครงสร้าง
4. ทิศทางแดด ทิศทางลม และการวางแปลนบ้าน
ทิศทางแดดและทิศทางลม เป็นสิ่งที่ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้ ซึ่งการวางตำแหน่งแปลนบ้านที่ดี จะช่วยให้ผู้ที่อยู่อาศัยในบ้าน มีความสะดวกสบาย ลดการใช้พลังงานไฟฟ้า โดยทิศทางแสงแดดจะวิ่งเป็นแนวตะวันออกไปทางทิศใต้ แล้วสิ้นสุดที่ทิศตะวันตก เหมาะสำหรับห้องที่สมาชิกในบ้านไม่ได้ใช้เวลาอยู่นานนัก เช่น ห้องน้ำ ห้องครัว หรือพื้นที่ซักล้าง ส่วนทิศเหนือควรเป็นห้องนอน เพราะเป็นพื้นที่ที่ไม่ถูกรบกวนจากแสงแดดมากนัก
ในเรื่องของทิศทางลม บ้านที่ดีควรหันด้านยาวของตัวบ้านเข้าหาลม เพื่อเพิ่มพื้นที่การรับลมธรรมชาติเข้าบ้าน ซึ่งจะช่วยระบายความร้อนภายในบ้านได้ดี อีกทั้งยังเป็นการช่วยลดการใช้พลังงานจากเครื่องปรับอากาศภายในตัวบ้านได้อีกด้วย
5. การออกแบบความสูงของเพดาน
ความสูงของเพดานก็สำคัญ ถ้าเราออกแบบให้เตี้ยไป-เวลาอยู่อาศัยจะรู้สึกอึดอัดได้ โดยปกติความสูงฝ้าโดยทั่วไป (วัดจากระดับพื้นถึงท้องฝ้า) ควรจะสูงไม่น้อยกว่า 2.40 เมตร ซึ่งเป็นความสูงที่กำลังสบายไม่อึดอัดหรือรู้สึกโดนกดทับ และประหยัดค่ากระเบื้องได้อีกด้วย เนื่องจากปัจจุบันวัสดุกรุผนังส่วนใหญ่จะทำออกมาที่ตัวเลขรวมได้ 2.40 เมตรพอดี
6. จำนวนสมาชิกและความต้องการของผู้อยู่อาศัย
จำนวนสมาชิกและความต้องการของผู้อยู่อาศัยในบ้าน มีผลต่อการออกแบบบ้านอย่างมากต่อการออกแบบ จำนวนชั้น การจัดสรรพื้นที่ใช้สอย การกั้นห้อง และการเลือกใช้วัสดุอุปกรณ์การก่อสร้าง โดยความต้องการใช้บ้านนั้น ควรมองทั้งความต้องการส่วนตัวของสมาชิกแต่ละคน ความต้องการโดยรวมเรื่องสไตล์บ้านและแนวคิดเรื่องบ้านที่ต้องการ เช่น บ้านเพื่อผู้สูงอายุ หรือบ้านสำหรับครอบครัวใหญ่
7. การรับมือน้ำท่วมและพายุ
- บานประตูเปิดออกแข็งแรงกว่า: ออกแบบประตูบานเปิดออกสู่ภายนอก จะมีความแข็งแรงทนทานต่อแรงลมกว่าบานประตูแบบปิดเข้าภายใน
- หลีกเลี่ยงกระจก: บ้านที่สร้างในพื้นที่เสี่ยงต่อพายุและน้ำท่วม ควรหลีกเลี่ยงการใช้กระจกมาเป็นส่วนประกอบของประตูและหน้าต่าง เนื่องจากอันตรายสูงเมื่อเกิดการแตกเสียหาย แต่หากต้องการเลือกใช้กระจกให้เลือกเป็นกระจกนิรภัยแทน
- แยกกันสาดออกจากหลังคา: ออกแบบให้หลังคากับกันสาดแยกออกจากกัน เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดความเสียหายพ่วงกันเมื่อเกิดลมแรง
8. การเลือกรูปแบบและวัสดุหลังคา
หลังคาคือเกราะป้องกันความร้อนจากแสงแดดเป็นปราการด่านแรก การเลือกหลังคาที่จะช่วยให้บ้านเย็นประกอบไปด้วยรูปแบบ วัสดุที่ใช้มุง และสีของหลังคา
รูปทรงหลังคายอดนิยม
- หลังคาทรงจั่ว: มีพื้นที่ใต้หลังคามาก มวลอากาศใต้หลังคาจะทำหน้าที่เสมือนเป็นฉนวนอีกหนึ่งชั้น ช่วยกันความร้อนไม่ให้เข้ามาภายในบ้าน
- หลังคาทรงมะนิลา: มีลักษณะเหมือนทรงปั้นหยาแต่ส่วนบนจะมีปลายจั่ว มีความแข็งแรง สามารถรับแรงปะทะจากลม แดด ฝน ได้ดี และระบายความร้อนได้ดี
สำหรับการเลือกสีของหลังคา มีผลต่อการสะท้อนและการดูดซับความร้อน ดังนี้:
| โทนสีหลังคา | การสะท้อนความร้อน | การดูดซับความร้อน |
|---|---|---|
| สีโทนขาวหรือโทนอ่อน | 80% | 20% |
| โทนสีเข้ม | 5% | 95% |
9. เทคนิคสำหรับที่ดินหน้าแคบ
จากกฎหมายระยะร่นของไทย อนุญาตให้ร่นระยะอาคารได้น้อยที่สุด 50 ซ.ม. ดังนั้นควรสร้างบ้านชิดด้านใดด้านหนึ่ง และเว้นระยะร่นประมาณ 100 ซ.ม. เพื่อให้มีพื้นที่สำหรับทำช่องแสง และควรทำหลังคาแบบ Sky Light ในตำแหน่งโถงบันได เพื่อให้บ้านสว่างขึ้นและดูเพดานสูงโปร่งยิ่งขึ้น
10. งบประมาณที่ใช้การสร้างบ้าน
งบประมาณการสร้างบ้าน คือ ปัจจัยสำคัญอีกข้อหนึ่งในการตัดสินใจ การตั้งงบประมาณไว้อย่างรอบคอบ และรัดกุม จะช่วยไม่เกิดปัญหางบบานปลายภายหลัง เจ้าของบ้านจะได้บ้านที่ตอบโจทย์มากที่สุด และทำให้เจ้าของบ้านมีคำตอบที่ชัดเจนในการเลือกวัสดุที่ใช้ในการสร้างบ้าน และง่ายต่อการตัดสินใจสร้างบ้าน