อยากสร้างบ้านด้วย “อิฐมวลเบา” ต้องเลือกความหนาเท่าไหร่ดี?
อิฐที่ใช้ก่อร่างสร้างผนังบ้านมีวัสดุให้เราเลือกสรรหลากหลายชนิด ไม่ว่าจะเป็นอิฐมอญ อิฐบล็อก อิฐขาว และอิฐอีกหนึ่งประเภทที่ได้รับความนิยมในงานก่อสร้างยุคใหม่อย่าง “อิฐมวลเบา” ก็เป็นอิฐที่มีคุณภาพสูง ช่วยกันความร้อน กันเสียง กันไฟ แถมยังใช้งานง่ายอีกด้วย เมื่อตัดสินใจได้แล้วว่าจะใช้อิฐมวลเบาในการก่อผนัง การเลือกความหนาให้เหมาะสมกับเนื้องานก็เป็นสิ่งสำคัญที่ห้ามละเลย เพราะความหนาและบางมีผลต่อการกันความร้อนและกันเสียง ดังนั้นเราจึงต้องเลือกความหนาของอิฐมวลเบาให้ตอบโจทย์การก่อสร้าง และเหมาะสมกับบ้านของคุณ เพื่อประสิทธิภาพของผนังบ้าน และการใช้ชีวิตที่ราบรื่นนั่นเอง
การเลือกความหนาของอิฐมวลเบาให้เหมาะสมกับการใช้งาน
ความหนา 7.5 ซม. ตอบโจทย์ผนังกั้นห้องไม่มีบานเปิด
ขนาดความหนาที่ 7.5 ซม. ตอบโจทย์การนำไปก่อผนังกั้นห้องได้เป็นอย่างดี ถือเป็นขนาดมาตรฐานในการนำไปใช้กับผนังที่ไม่มีบานเปิด แต่ถ้าใครอยากได้บางกว่านั้นก็ใช้ได้เช่นกัน เช่น ขนาด 9 ซม. หรืออาจหนามากกว่านั้น
ความหนา 10 ซม. ตอบโจทย์ผนังห้องมีบานเปิด
แน่นอนว่ายิ่งหนาก็ยิ่งแข็งแรง ความหนา 10 ซม. จึงตอบโจทย์ผนังที่มีบานเปิด เนื่องจากเป็นส่วนที่ต้องทนทานต่อแรงกระแทกในการเปิด-ปิด ดังนั้นควรเลือกความหนา 10 ซม. ขึ้นไป เพราะจะมีความแข็งแรงมากกว่า 7.5 ซม. หากใครเลือกแบบ 7.5 ซม. จะต้องทำการหล่อเสาคานเอ็นเพื่อเพิ่มความแข็งแรงให้กับผนังด้วย ทั้งนี้การเลือกอิฐมวลเบาให้มีความหนาและมีความแข็งแรง ก็จะช่วยลดการใช้งานร่วมกับเสาคานเอ็นนั่นเอง
ความหนา 10 - 12.5 ซม. ตอบโจทย์ผนังห้องน้ำ
อิฐมวลเบาจะมีลักษณะเป็นรูพรุน ทำให้หลายคนมองว่าไม่เหมาะแก่การนำมาก่อเป็นผนังห้องน้ำ เพราะจะดูดความชื้นไว้มาก แต่ที่จริงแล้วอิฐมวลเบาสามารถก่อผนังได้ทุกจุด ทั้งผนังภายในและภายนอก โดยผนังห้องน้ำควรเลือกให้มี ความหนา 10 ซม. ขึ้นไป เพื่อให้การใช้งานเต็มประสิทธิภาพ บวกกับต้องมีการก่อ ฉาบ ทำระบบกันซึมอย่างถูกวิธีร่วมด้วย
ความหนา 15 - 20 ซม. ตอบโจทย์ผนังที่โดนแดดจัด
ผนังบ้านใครที่อยู่ทิศใต้และทิศตะวันตกควรเลือกผนังที่หนา เนื่องจากทิศดังกล่าวจะโดนแสงแดดตกกระทบในช่วงบ่าย ถ้าอยากให้บ้านเย็นและป้องกันความร้อนได้ดี แนะนำให้เลือกอิฐมวลเบาที่มีความหนาเข้าไว้ สามารถเลือก ความหนา 15 - 20 ซม. ซึ่งเป็นขนาดมาตรฐานที่มีวางขายตามท้องตลาด แต่อิฐมวลเบายิ่งหนาก็ยิ่งมีราคาแพง ดังนั้นควรพิจารณาถึงงบประมาณในกระเป๋าของคุณด้วย นอกจากช่วยกันความร้อนแล้ว ยังช่วยดูดซับเสียง และลดความดังของเสียงจากภายนอกอาคารได้เป็นอย่างดี
คุณสมบัติเด่นของอิฐมวลเบา
อิฐมวลเบามีคุณสมบัติพิเศษที่โดดเด่นดังนี้:
- ประหยัดพลังงาน: กันความร้อนได้ดีกว่าอิฐมอญ 4-8 เท่า ช่วยลดค่าไฟฟ้าได้ถึง 25-30% จากเครื่องปรับอากาศ
- ทนไฟ: ทนไฟและป้องกันไฟลุกลามได้นานกว่า 4 ชั่วโมง ซึ่งนานกว่าผนังอิฐมอญ 2-4 เท่า
- ดูดซับเสียง: มีฟองอากาศขนาดเล็กกระจายอยู่เต็มก้อน ช่วยในการดูดซับเสียงและลดความดังของเสียงจากภายนอกอาคาร
- ความแข็งแรง: อิฐมวลเบารองรับแรงอัดได้ถึง 40-50 กก./ตรม แข็งแรงกว่าอิฐมอญ 2-3 เท่า
ข้อมูลราคาอิฐมวลเบาไทคอน G4 (อัปเดตล่าสุด)
อิฐมวลเบาไทคอนคุณภาพสูง แข็งแรง ทนทาน คุณภาพเกรด G4 มีรายละเอียดขนาดและราคาดังนี้:
- หนา 7 ซม. (20x60 ซม.) : ราคา 23-27 บาทต่อก้อน
- หนา 7.5 ซม. (20x60 ซม.) : ราคา 24-27 บาทต่อก้อน
- หนา 10 ซม. (20x60 ซม.) : ราคา 39-45 บาทต่อก้อน
- หนา 12.5 ซม. (20x60 ซม.) : ราคา 49-57 บาทต่อก้อน
- หนา 15 ซม. (20x60 ซม.) : ราคา 60-69 บาทต่อก้อน
- หนา 17.5 ซม. (20x60 ซม.) : ราคา 70-80 บาทต่อก้อน
- หนา 20 ซม. (20x60 ซม.) : ราคา 81-92 บาทต่อก้อน
คำแนะนำในการก่อและฉาบ
การก่อผนังด้วยอิฐมวลเบาให้ถูกวิธี ควรเลือกใช้เกรียงและปูนก่อสำหรับอิฐมวลเบาโดยเฉพาะ และเลือกใช้ปูนฉาบสำหรับอิฐมวลเบาโดยเฉพาะ เช่น ปูนเสือมอร์ตาร์ สำเร็จรูป ฉาบอิฐมวลเบาแพลทินัม Xpert ซึ่งมีส่วนผสมของสารอุ้มน้ำสูตรพิเศษ ช่วยลดโอกาสการเกิดรอยแตกร้าวได้มากกว่า 5 เท่า และมีส่วนผสมเพิ่มแรงยึดเกาะ ช่วยให้ผนังไม่หลุดร่อน