ความแตกต่างระหว่างก่ออิฐครึ่งแผ่นและเต็มแผ่น
ในการสร้างอาคารและบ้านพักอาศัยตั้งแต่โครงการขนาดเล็กไปจนถึงโครงการขนาดใหญ่ ต้องมีการก่อสร้างผนังกำแพงขึ้นมาด้วย อิฐแดง หรือ อิฐมอญแดง เป็นวัตถุดิบหลัก ด้วยความแข็งแรงทนทานเมื่อมีการก่ออิฐร่วมกันเป็นจำนวนมาก ทำให้ก้อนอิฐเป็นวัสดุที่ได้รับความนิยมอย่างไม่ขาดสาย ถึงแม้ว่าในปัจจุบันจะมีการใช้ผนังคอนกรีตแบบ Pre-Cast แทนที่ในงานบางประเภทแล้วก็ตาม แต่งานก่ออิฐฉาบปูนก็ยังคงจำเป็นในงานก่อสร้างอยู่เสมอ
เทคนิคการก่อผนังด้วยอิฐแดง
วิธีการก่อผนังด้วยอิฐแดงมีทั้งเทคนิค การก่ออิฐครึ่งแผ่น การก่ออิฐเต็มแผ่น และการก่ออิฐสองชั้น ซึ่งแต่ละวิธีมีข้อดีและจุดประสงค์การใช้งานที่แตกต่างกัน ดังนี้
การก่ออิฐครึ่งแผ่น
การก่ออิฐครึ่งแผ่น คือ วิธีการก่ออิฐแดงในด้านยาวตามความยาวของผนัง โดยที่ความหนาของผนังจะเท่ากับขนาดของก้อนอิฐที่ใช้งาน ซึ่งคำว่า ก่ออิฐครึ่งแผ่น ไม่ได้หมายความว่าต้องเอาอิฐไปตัดแบ่งครึ่งหรืออย่างใด เป็นลักษณะการก่อผนังที่ได้รับความนิยมในโครงการก่อสร้างบ้านพักอาศัยทั่วไป เพราะใช้เวลาในการก่ออิฐไม่มากอีกทั้งยังใช้จำนวนอิฐน้อยกว่าวิธีอื่นๆ อีกทั้งความหนาของก้อนอิฐยังเท่ากับความหนาของวงกบประตูและหน้าต่างในขนาดมาตรฐาน ทำให้ช่างไม่จำเป็นต้องตัดแต่งก้อนอิฐให้ยุ่งยาก
อิฐที่ได้รับความนิยมในการก่ออิฐครึ่งแผ่น ได้แก่:
- อิฐแดงแบบ 2 รู
- อิฐแดงแบบ 4 รู
- อิฐตันมือ
- อิฐแดง มอก.77-2545 ซึ่งเป็นอิฐที่มีความแข็งแรงได้มาตรฐานสำหรับงานก่อผนังลักษณะนี้
การก่ออิฐเต็มแผ่น
การก่ออิฐเต็มแผ่น คือ วิธีการก่อผนังที่วางอิฐในแนวขวางตามความยาวของผนัง โดยมีการวางสลับแถวทุกๆ 2 ก้อน ทำให้มีความสวยงามมากกว่าการก่ออิฐครึ่งแผ่น และทำให้ผนังที่มีความหนาเป็นพิเศษ โดยประโยชน์ของการก่ออิฐลักษณะนี้คือคุณสมบัติในด้านการป้องกันเสียงรบกวนที่ดีกว่า มีความเป็นฉนวนป้องกันความร้อนที่ดี และช่วยป้องกันความชื้นจากภายนอกได้เป็นอย่างดีอีกเช่นกัน
แต่ทั้งนี้การก่ออิฐเต็มแผ่นจะใช้ระยะเวลาในการก่ออิฐมากกว่าแบบครึ่งแผ่น เพราะต้องมีการคำนวณความสามารถการรับน้ำหนักของโครงสร้างบ้านด้วยจากน้ำหนักของกำแพงที่มากกว่า จึงจำเป็นต้องได้รับการดูแลโดยวิศวกรผู้เชี่ยวชาญ
การก่ออิฐแบบ 2 ชั้น
การก่ออิฐแบบ 2 ชั้น เป็นวิธีที่ได้นำเอาเทคนิคการก่ออิฐแบบครึ่งแผ่นมาทำประยุกต์จนเกิดเป็นการก่ออิฐแบบ 2 ชั้น โดยที่มีการเว้นช่องระหว่างกลางเอาไว้ประมาณ 5-10 เซนติเมตรเพื่อการเพิ่มฟังก์ชันให้กับกำแพง เช่น การเพิ่มแผ่นฉนวนกันความร้อน และฉนวนกันเสียง
การก่อผนังลักษณะนี้เป็นแนวทางที่เหมาะสำหรับสภาพอากาศในประเทศไทย เพราะสามารถป้องกันความร้อนได้ดีและกักเก็บความเย็นไว้ภายในตัวบ้านหรืออาคารได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยสามารถเลือกก่อผนังเทคนิคนี้ได้เฉพาะห้องที่ต้องการอย่าง ห้องนอน หรือ ห้องนั่งเล่น
สรุปเปรียบเทียบจุดเด่นของแต่ละเทคนิค
- การก่ออิฐครึ่งแผ่น: ประหยัดเวลา ใช้อิฐน้อยกว่า และพอดีกับวงกบมาตรฐาน
- การก่ออิฐเต็มแผ่น: ป้องกันเสียงและความร้อนได้ดีกว่า แต่มีน้ำหนักมากและต้องใช้การคำนวณจากวิศวกร
- การก่ออิฐแบบ 2 ชั้น: ป้องกันความร้อนและกักเก็บความเย็นได้ดีเยี่ยม เหมาะกับสภาพอากาศในไทย