บริการรับตรวจงานก่อสร้างและที่ปรึกษาควบคุมคุณภาพโดยทีมสถาปนิกและวิศวกร
ไม่ว่าจะเป็นโครงการก่อสร้างบ้าน อาคารพาณิชย์ โรงงาน หรืออาคารสูง การ ตรวจงานก่อสร้าง ถือเป็นหัวใจสำคัญในการควบคุมคุณภาพ ความปลอดภัย และความเรียบร้อยในทุกขั้นตอน ตั้งแต่เริ่มลงเสาเข็ม จนถึงงานตกแต่งปลายทาง ทีมสถาปนิกและวิศวกรผู้มีความเชี่ยวชาญมีประสบการณ์ด้านการเป็นที่ปรึกษาก่อสร้างการจัดการงานก่อสร้างครบวงจร ให้คอนเซาท์ก่อสร้างได้ช่วยดูแลโครงการสำคัญของคุณ การตรวจงานก่อสร้างอย่างมืออาชีพ คือ กุญแจที่ช่วยให้งานก่อสร้างเสร็จสมบูรณ์ตามแบบแปลน "คุณภาพ และปลอดภัย”
ทำไมต้องตรวจงานก่อสร้าง ?
- เพื่อควบคุมคุณภาพงานก่อสร้างให้เป็นไปตามมาตรฐาน: ใช้ตรวจสอบว่างานแต่ละขั้นตอนดำเนินไปตามแบบก่อสร้าง รายการวัสดุ มาตรฐานงานก่อสร้าง และหลักวิศวกรรมหรือไม่
- เพื่อป้องกันความเสียหายจากความผิดพลาด: เช่น งานวางระบบไฟฟ้า-ประปาไม่ตรงตำแหน่ง ไม่ตรงสเปคตามแบบ งานฉาบผนังไม่เรียบ งานฐานรากไม่ได้ระดับ ใส่เหล็กเสริมไม่ได้มาตรฐานตามแบบก่อสร้าง ฯลฯ
- เพื่อเป็นหลักฐานในการเบิกงวดงาน: งานที่ตรวจสอบแล้วว่าสมบูรณ์ และถูกต้องตามข้อตกลง จะสามารถนำไปใช้เป็นข้อมูลประกอบการอนุมัติจ่ายเงินตามงวดได้
- ช่วยลดข้อพิพาทกับผู้รับเหมา: เมื่อตรวจพบข้อผิดพลาด สามารถเจรจาเพื่อให้แก้ไขก่อนที่งานจะบานปลาย หรือส่งผลกระทบกับส่วนอื่นๆ
- เพื่อให้ผ่านการรับรองจากผู้ตรวจ: ว่างานก่อสร้างตรงตามมาตรฐาน และข้อตกลงจริง การตรวจงานก่อสร้างที่ดี จะช่วยลดความเสี่ยง ลดความเสียหาย และป้องกันการทิ้งงานจากผู้รับเหมาได้อย่างมีประสิทธิภาพ
มาตรฐานและข้อกำหนดในงานวิศวกรรมโครงสร้าง
งานฐานรากและคอนกรีตเสริมเหล็ก
คอนกรีตฐานราก ใช้คอนกรีตผสมเสร็จที่มีกำลังอัดประลัยตามที่ผู้ออกแบบกำหนด หรืออย่างน้อย 210 ksc. (สำหรับทรงกระบอก) เพื่อความแข็งแรง และปลอดภัย โดยมีระยะหุ้มที่ปลอดภัย ไม่ต่ำกว่า 5 cm. หรือตามที่ผู้ออกแบบกำหนด เนื่องจากงานโครงสร้างใต้ดิน จะสัมผัสกับความชื้นในดินได้ตลอดเวลา ทำให้เหล็กมีโอกาสเกิดสนิมได้มากกว่าจุดอื่น
โครงสร้างคอนกรีตเสริมเหล็ก เป็นโครงสร้างที่ได้รับความนิยมอย่างมากในปัจจุบัน เนื่องจากคอนกรีตมีคุณสมบัติรับแรงอัดได้ดี แต่สามารถรับแรงดึงได้ต่ำ และมีความเปราะ ดังนั้นจึงต้องมี เหล็กเสริม เพื่อเพิ่มความแข็งแรงสำหรับการรับแรงดึง ซึ่งงานคอนกรีตเสริมเหล็กนั้นประกอบไปด้วยส่วนสำคัญที่จำเป็นต้องพิจารณาหลายส่วน เช่น งานคอนกรีต งานแบบหล่อ งานบ่มคอนกรีต งานเหล็กเสริมคอนกรีต และงานตรวจสอบความแข็งแรงของโครงสร้าง
งานเชื่อมเหล็กและงานก่อผนัง
ในการตรวจสอบรอยเชื่อม ควรเชื่อมต่อเหล็กในตำแหน่งที่กำหนดโดยให้รอยเชื่อมมีความยาวไม่น้อยกว่า 5 เซนติเมตร และห่างกันไม่เกิน 50 เซนติเมตร หลังจากเชื่อมเสร็จแล้ว ให้ทำการตรวจสอบรอยเชื่อมทั้งหมด เพื่อให้แน่ใจว่าไม่มีช่องว่างหรือรอยร้าว ซึ่งอาจทำให้โครงสร้างอ่อนแอในภายหลัง
สำหรับแนวทางการบริการตรวจสอบงานก่อผนัง ระยะเสาเอ็น และคานเอ็น คสล. ต้องตามมาตรฐาน และข้อกำหนด ยึดผนังเข้ากับเสาโครงสร้างหรือเสาเอ็น คสล. มาตรฐาน ป้ายปูนก่อที่อิฐก่อนวางปูนทรายในแนวก่อ และใช้ปูนทรายปรับระดับที่ความหนาประมาณ 2-3 เซนติเมตร
ตารางสรุปมาตรฐานวัสดุและข้อกำหนดทางวิศวกรรม
| รายการตรวจสอบ | มาตรฐานและข้อกำหนด |
|---|---|
| กำลังอัดคอนกรีตฐานราก | อย่างน้อย 210 ksc. (ทรงกระบอก) |
| ระยะหุ้มเหล็กโครงสร้างใต้ดิน | ไม่ต่ำกว่า 5 cm. |
| ระยะร่นผนังบ้านกับแนวรั้ว (มีช่องเปิด) | ไม่น้อยกว่า 2.00 เมตร |
| ระยะร่นผนังบ้านกับแนวรั้ว (ไม่มีช่องเปิด) | ไม่น้อยกว่า 0.50 เมตร |
| พื้นที่หน้าตัดสายไฟในท่อร้อยสาย | ไม่เกิน 40% ของพื้นที่หน้าตัดท่อ |
| ระยะท่อร้อยสายไฟจากริมเสา | ไม่น้อยกว่า 20 ซม. |
งานระบบไฟฟ้าและงานสถาปัตยกรรมตกแต่ง
มาตรฐานงานร้อยสายไฟฟ้า
- สายไฟใช้ของ THAI YAZAKI, PHELDODGE หรือ BANGKOK CABLE และไม่ควรใช้คละยี่ห้อในบ้านหลังเดียวกัน
- สายโทรทัศน์ใช้ของ BELDEN หรือ COMSCOPE แต่ห้ามใช้คละยี่ห้อในบ้านหลังเดียวกัน
- สายโทรศัพท์ใช้ของ PHELDODGE เบอร์ 22 AWG 0.65 sq.mm.
- LOAD CENTER ใช้ขนาด และลักษณะตามที่กำหนดในแบบก่อสร้าง
งานขัดผิวผนังและงานติดตั้งกระเบื้อง
วัสดุฉาบสกิม หรือตกแต่งพื้นผิว ให้ใช้วัสดุตามเกรด หรือตามที่กำหนดในแบบก่อสร้าง พื้นผิวต้องเรียบเนียนเสมอกัน ไม่ขรุขระ ได้ดิ่ง-ฉาก-แนว-มุม ในส่วนของแนวทางการตรวจการติดกระเบื้องผนัง ให้ตรวจสอบแนวราบ และแนวดิ่ง โดยใช้ระดับน้ำ หรือเครื่องมือวัดแนวฉาก และระดับแบบดิจิตอล เพื่อตรวจสอบให้แน่ใจว่ากระเบื้องเรียงตัวเป็นแนวตรง และควรให้ผู้รับเหมาใช้ spacer ช่วยจัดแนวในการปูกระเบื้องเพื่อให้งานมีมาตรฐาน
สำหรับการตรวจสอบงานติดตั้งประตู – หน้าต่างอลูมิเนียม ชุดอลูมิเนียม กระจก และวัสดุอุปกรณ์ต่างๆ ต้องเป็นของใหม่ที่สอดคล้องกับข้อกำหนดเพื่อให้ได้งานที่มีคุณภาพสูงสุด