รวมน้ำยากันเชื้อรา ตะไคร่น้ำ สูตรน้ำและสูตรน้ำมัน
แนะนำน้ำยากันเชื้อราและตะไคร่น้ำ ทั้งสูตรน้ำกับสูตรน้ำมันว่ามีข้อดี ข้อเสียอะไรบ้าง เหมาะกับการทาพื้นผิวแบบไหน ทายังไง และทายากง่ายแค่ไหน โดยน้ำยากันซึมเหล่านี้มีประสิทธิภาพสูง สามารถแทรกซึมได้ลึก ปกป้องได้ทนทาน และยาวนาน
ประเภทของน้ำยากันเชื้อราและตะไคร่น้ำ
- สูตรน้ำ: ไม่มีกลิ่นฉุน เหมาะสำหรับงานภายใน
- สูตรน้ำมัน: ค่อนข้างมีกลิ่น เหมาะสำหรับงานภายนอก และบางชนิดสามารถใช้ได้ทั้งภายนอกและภายใน
พื้นผิวที่เหมาะสมกับการใช้งาน
ผลิตภัณฑ์เหล่านี้เหมาะสำหรับพื้นผิวที่หลากหลาย ดังนี้:
- กระเบื้องหล่อหินทราย และพื้นคอนกรีต
- ผนังปูนขัดมัน และปลาสเตอร์ซีเมนต์
- ซีเมนต์ไฟเบอร์บอร์ด และคอนกรีตมวลเบา
- อิฐทราย อิฐดินเผา และผนังอิฐบล็อก
- หินธรรมชาติ สีซิลิเกต หินอ่อน หินแกรนิต และหินกาบ
- กรวดล้าง และทรายล้าง
คุณสมบัติเด่นของผลิตภัณฑ์
ทีโอเอ 214 และ ทีโอเอ 213 วอเตอร์ รีเพลแลนท์: เป็นสูตรที่ไม่ผสมสารปรอทและตะกั่ว ช่วยป้องกันคราบเชื้อรา ตะไคร่น้ำ และป้องกันน้ำซึมเข้าสู่ผนัง โดยไม่เปลี่ยนสีของวัสดุเดิม ทำให้ผิวงานทนทานนานขึ้น
เบเยอร์ วอเตอร์รีเพลแลนท์: เป็นน้ำยาทากันน้ำรั่วซึมประเภทไซเลน ที่มีประสิทธิภาพสูง สามารถแทรกซึมได้ลึก ปกป้องพื้นผิวได้อย่างทนทานและยาวนาน
| ชื่อผลิตภัณฑ์ | ประเภทสูตร | ลักษณะการใช้งาน |
|---|---|---|
| ทีโอเอ 214 วอเตอร์ รีเพลแลนท์ (TOA 214) | สูตรน้ำมัน | เหมาะสำหรับงานภายนอก ป้องกันน้ำซึม |
| ทีโอเอ 213 วอเตอร์ รีเพลแลนท์ (TOA 213) | สูตรน้ำ | ไม่มีกลิ่นฉุน เหมาะสำหรับงานภายใน |
| เบเยอร์ วอเตอร์รีเพลแลนท์ (W-006) | สูตรน้ำมัน | ประเภทไซเลน แทรกซึมลึก ทนทาน |
| เบเยอร์ วอเตอร์รีเพลแลนท์ (W-005) | สูตรน้ำ | ประสิทธิภาพสูง ปกป้องยาวนาน |
วิธีใช้งานและขั้นตอนการทา
- การเตรียมพื้นผิว: ล้างทำความสะอาดพื้นผิวให้สะอาด ปราศจากฝุ่น สี น้ำมัน และสารเคลือบผิวต่างๆ
- การทำให้แห้ง: ปล่อยพื้นผิวไว้ให้แห้งสนิทก่อนเริ่มขั้นตอนต่อไป
- การทาน้ำยา: เมื่อพื้นผิวแห้งแล้ว จึงสามารถทาน้ำยาได้ โดยควรทาอย่างน้อย 2 เที่ยว เพื่อประสิทธิภาพสูงสุด