สตง.แจงยิบเหตุตึกถล่ม ปัด 'แก้แบบ' ก่อสร้าง ยันยึดพ.ร.บ.ควบคุมอาคาร
จากกรณีอาคารที่ทำการสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินแห่งใหม่ บริเวณถนนกำแพงเพชร 2 เขต จตุจักร กรุงเทพมหานคร ได้รับความเสียหายจากเหตุการณ์ความรุนแรงของ แผ่นดินไหวในพื้นที่กรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ 28 มีนาคม 2568 ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตผู้ได้รับบาดเจ็บ และผู้สูญหาย ซึ่งถือเป็นโศกนาฎกรรมที่สร้างความสูญเสียอย่างใหญ่หลวง สตง. ขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อครอบครัวของผู้เสียชีวิตและผู้ได้รับบาดเจ็บ
สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ชี้แจงเหตุก่อสร้างอาคารถล่มว่า ยันกระแสข่าว 'แก้แบบ' ก่อสร้าง 30 ชั้น ไม่เป็นความจริง พร้อมย้ำขออนุญาตถูกต้องและยึดพ.ร.บ.ควบคุมอาคาร โดยมีรายละเอียดการดำเนินโครงการดังนี้
รายละเอียดโครงการก่อสร้างอาคารที่ทำการแห่งใหม่
สตง. ได้ดำเนินโครงการก่อสร้างอาคารที่ทำการแห่งใหม่พร้อมสิ่งก่อสร้างประกอบ บนพื้นที่ประมาณ 10 ไร่ 3 งาน บริเวณถนนกำแพงเพชร 2 เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร ซึ่งมีข้อมูลสาระสำคัญในสัญญาและงบประมาณดังต่อไปนี้:
| รายการ | รายละเอียดและมูลค่า |
|---|---|
| การออกแบบอาคาร | บริษัท ฟอ-รัม อาร์คิเทค จำกัด และบริษัท ไมนฮาร์ท (ประเทศไทย) จำกัด (73 ล้านบาท) |
| งบประมาณที่ได้รับการอนุมัติ | 2,560 ล้านบาท (ตามมติ คมส. เมื่อวันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2563) |
| วงเงินสัญญาจ้างก่อสร้าง | 2,136 ล้านบาท (กิจการร่วมค้า ไอทีดี – ซีอาร์อีซี) |
| งบประมาณควบคุมงานก่อสร้าง | 74.65 ล้านบาท (กิจการร่วมค้า PKW) |
| จำนวนเงินที่เบิกจ่ายไปแล้ว | 966.80 ล้านบาท (22 งวด) |
การบริหารสัญญาก่อสร้างและมาตรฐานความปลอดภัย
สตง. ให้ความสำคัญกับการดำเนินการก่อสร้างให้ถูกต้องตามแบบรูปรายการ และข้อกำหนดในสัญญา โดยเฉพาะกรณีการพิจารณาการรับน้ำหนัก ความต้านทาน และความคงทนของอาคาร เนื่องจากการก่อสร้างอาคารในเขตกรุงเทพมหานคร อาจได้รับผลกระทบจากแผ่นดินไหว ซึ่งเป็นไปตาม พระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ. 2522 ประกอบกฎกระทรวง และประกาศที่เกี่ยวข้องอย่างเคร่งครัด
สำหรับการควบคุมงานก่อสร้าง สตง. ได้ดำเนินการจัดหาผู้ให้บริการควบคุมงานก่อสร้างตามระเบียบกระทรวงการคลัง โดยกิจการร่วมค้า PKW เป็นผู้ชนะการยื่นข้อเสนอ ซึ่งผู้ควบคุมงานต้องควบคุมงานก่อสร้างและรับรองการทดสอบคุณสมบัติของพัสดุในการก่อสร้างทุกรายการตามแบบรูปรายการ
ข้อเท็จจริงกรณีการปรับแก้ไขแบบและผนังปล่องลิฟต์
สำหรับกรณีที่มีข่าวเรื่องการปรับแก้ไขแบบโครงสร้างให้มีขนาดเล็กลง เป็นข้อมูลที่คลาดเคลื่อน เนื่องจากโดยข้อเท็จจริงแล้ว ในการออกแบบรูปรายการละเอียด ผู้ออกแบบจัดทำตามวิชาชีพวิศวกรรม ดังนี้:
- เสาสี่เหลี่ยมด้านหน้าอาคารสูงสามชั้น: มีขนาดกว้างคูณยาว 1.40 x 1.40 เมตร
- ชั้น 29 ถึงดาดฟ้า: เป็นเสากลมขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางขนาด 0.80 เมตร เพื่อรองรับหลังคาตึก
สตง. ยืนยันว่าทั้งหมดเป็นไปตามที่ผู้ออกแบบได้กำหนดไว้ และไม่มีการแก้ไขเปลี่ยนแปลงแต่อย่างใด
การปรับแก้ผนังปล่องลิฟต์ (Core Lift)
สตง. แจงไทม์ไลน์แก้ไขสัญญา กรณีการปรับลดความหนาผนังปล่องลิฟต์จาก 30 เหลือ 25 ซม. ยันผ่านการตรวจ-รับรองตามระเบียบทุกขั้นตอน โดยมีรายละเอียดคือ:
- ผู้รับจ้างก่อสร้าง พบว่าแบบงานโครงสร้างขัดกับแบบงานสถาปัตยกรรมภายใน ทำให้ทางเดินมีความกว้างไม่เป็นไปตามกฎกระทรวง ฉบับที่ 55 (พ.ศ. 2543)
- ผู้รับจ้างออกแบบ ให้ความเห็นโดยกำหนดรายละเอียดการปรับแก้ผนังปล่องลิฟต์ (CORE LIFT) จากความหนา 0.30 เมตร เป็น 0.25 เมตร บริเวณด้านทางเดิน
- การเพิ่มความแข็งแรง: มีการเพิ่มปริมาณเหล็กเสริมให้มั่นคงแข็งแรงตามหลักการทางวิศวกรรม พร้อมจัดทำรายการคำนวณและลงนามรับรอง
- ผู้รับจ้างก่อสร้างได้เสนอราคารายการงานที่เปลี่ยนแปลง โดยมีราคาลดลงเป็นจำนวนเงิน 515,195.36 บาท
ในการดำเนินโครงการก่อสร้างดังกล่าว สตง. ได้ยึดหลักความสุจริต คุ้มค่า โปร่งใส ประสิทธิภาพ ประสิทธิผล และตรวจสอบได้ ซึ่งสอดคล้องกับหลักการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุตามพระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 และสัญญาจ้างก่อสร้างดังกล่าวมีการประกันภัยครอบคลุมวงเงินทั้งหมดของสัญญา