สัญญาจ้างก่อสร้างภาครัฐและการบริหารสัญญาเพื่อรักษาประโยชน์สาธารณะ
สัญญาจ้างก่อสร้างภาครัฐ ไม่เหมือน สัญญาระหว่างเอกชน และไม่ใช่ทุกฉบับจะเป็น สัญญาทางปกครอง เนื่องจากงานก่อสร้างของรัฐไม่ใช่เป็นงานของใครคนหนึ่ง แต่เป็นงานของประชาชนทั้งประเทศ ไม่ว่าจะเป็น ถนนเพื่อเดินทาง โรงเรียนเพื่อการศึกษา โรงพยาบาลเพื่อรักษา หรือระบบประปาเพื่อมีน้ำใช้ ทั้งหมดนี้คือ บริการสาธารณะ ที่รัฐต้องจัดให้ครบถ้วนและตรงเวลา โดยไม่ใช่แค่เบิกจ่ายงบหรือเป็นเพียงงานในเอกสาร แต่ต้องใช้ได้จริง
ความแตกต่างระหว่างสัญญาจ้างภาครัฐและสัญญาจ้างเอกชน
ความต่างนี้มีผลต่อทั้งหน้าที่ของรัฐ หน้าที่ของผู้รับจ้าง และสิทธิของประชาชน โดยมีรายละเอียดความแตกต่างที่สำคัญดังนี้:
- กฎหมายที่ใช้บังคับ: เอกชนจ้างเอกชนใช้ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ แต่หน่วยงานของรัฐต้องใช้ควบคู่กับ พระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 โดยเฉพาะมาตรา 93 ที่ต้องใช้แบบสัญญามาตรฐาน
- ลักษณะความสัมพันธ์: เอกชนกับเอกชนเป็นความสัมพันธ์แบบเท่าเทียม แต่รัฐกับเอกชน รัฐถือ อำนาจทางปกครอง มีสิทธิในการควบคุม ตรวจสอบ และบอกเลิกสัญญาได้แม้ไม่ต้องฟ้องศาลแพ่ง
- ผลลัพธ์ที่คาดหวัง: สัญญาเอกชนทำเพื่อผลประโยชน์ของคู่สัญญา แต่สัญญาภาครัฐทำเพื่อประโยชน์ของส่วนรวม
เงื่อนไขตามหนังสือเวียน ว.124 และการเลือกใช้แบบสัญญา
หากสัญญาจ้างก่อสร้างของคุณเข้าเงื่อนไขของ ว.124 ต้องรู้ให้ชัดว่า ผู้รับจ้างต้องจัดทำ แผนการทำงาน และหน่วยงานต้องเลือกใช้ แบบสัญญาข้อ 7(ก) เท่านั้น เพื่อใช้เป็นหลักอ้างอิงหากผู้รับจ้างล่าช้า ซึ่งจะนำไปสู่การปรับหรือบอกเลิกสัญญาได้ในภายหลัง
เกณฑ์การพิจารณาตาม ว.124
เงื่อนไขที่จะบังคับให้ต้องมีแผนการทำงานและการใช้สัญญาข้อ 7(ก) จะต้องเข้าเกณฑ์ทั้งสองข้อต่อไปนี้พร้อมกัน:
| หัวข้อพิจารณา | เกณฑ์ที่กำหนดตาม ว.124 |
|---|---|
| วงเงินค่าก่อสร้าง | เกิน 500,000 บาท |
| ระยะเวลาก่อสร้าง | เกิน 90 วัน |
การจัดทำแผนการทำงานโดยวิศวกรวิชาชีพ
หากสิ่งก่อสร้างเข้าวิศวกรรมควบคุม แผนการทำงานถือเป็นงานวิศวกรรมควบคุมตามกฎหมาย ซึ่งต้องมี วิศวกรโยธาที่มีใบอนุญาต (ก.ว.) เป็นผู้ลงนามรับรอง โดยระดับของวิศวกรต้องเหมาะสมกับขนาดงาน ดังนี้:
- วุฒิวิศวกร: ทำได้ทุกงาน ทุกขนาด
- สามัญวิศวกร: ทำได้ทุกงาน ยกเว้นงานให้คำปรึกษาบางประเภท
- ภาคีวิศวกร: ทำได้เฉพาะงานที่ไม่เกินขอบเขตกฎหมาย เช่น อาคารไม่เกิน 8 ชั้น หรือสะพานที่ช่วงไม่เกิน 12 เมตร
อำนาจของรัฐตามข้อสัญญา 7 และ ข้อ 18
แล้วถ้าผู้รับจ้างผิดสัญญา ไม่เริ่มงาน หรือทำงานช้า หน่วยงานของรัฐต้องไม่ปล่อยผ่านเด็ดขาดเพราะความเสียหายจะตกอยู่ที่ประชาชนโดยตรง โดยรัฐสามารถใช้อำนาจตามสัญญาดังนี้:
ข้อ 7: การบอกเลิกสัญญา
ผู้ว่าจ้างมีสิทธิบอกเลิกสัญญาได้ทันที หากผู้รับจ้างไม่เริ่มงาน ไม่ทำงานให้เสร็จตามกำหนด หรือไม่ทำตามคำสั่งของผู้ควบคุมงาน โดยอำนาจเด็ดขาดในการบอกเลิกคือผู้ว่าจ้างเท่านั้น
ข้อ 18: การดำเนินงานต่อเนื่อง
ช่วยให้งานไม่หยุดแม้ผู้รับจ้างทำผิด เพราะรัฐมีสิทธิทำงานต่อเองหรือจ้างผู้อื่น โดยสามารถใช้ของเดิมที่อยู่ในหน้างาน ริบหลักประกัน และเรียกค่าเสียหายได้ทันทีโดยไม่ต้องรอคำสั่งศาล
ข้อ 7 และ ข้อ 18 จึงไม่ใช่เครื่องมือเล่นงานใคร แต่คือ อาวุธของรัฐ ที่ต้องใช้ให้ถูกเวลา เพื่อรักษาสิทธิประชาชน และทำให้งานก่อสร้างเสร็จอย่างแท้จริง เพราะบริการสาธารณะไม่มีวันรอได้ และประชาชนไม่ควรถูกทิ้งไว้เพราะคนคนเดียวที่ผิดสัญญา