สัญญาจ้างก่อสร้างภาครัฐกับสัญญาจ้างก่อสร้างระหว่างเอกชนกับเอกชนต่างกันอย่างไร และรูปแบบสัญญาจ้างก่อสร้างที่ควรรู้
"สัญญาจ้างก่อสร้างภาครัฐ" ไม่เหมือน "สัญญาระหว่างเอกชน" และไม่ใช่ทุกฉบับจะเป็น "สัญญาทางปกครอง" เข้าใจให้ชัดก่อนจะปฏิบัติหรือตัดสินใจผิด เพราะเวลาพูดถึงคำว่า “สัญญาจ้างก่อสร้าง” หลายคนเหมารวม บางคนคิดว่าเหมือนกันหมด จะเป็นหน่วยงานรัฐจ้างเอกชน หรือเอกชนจ้างกันเอง ก็แค่เรื่องคนสองฝ่ายตกลงกันใช่ไหม? คำตอบคือ “ไม่ใช่” เลยครับ ต่างกันแบบคนละโลก และความต่างนี้มีผลต่อทั้งหน้าที่ของรัฐ หน้าที่ของผู้รับจ้าง และสิทธิของประชาชน
ความแตกต่างระหว่างสัญญาจ้างก่อสร้างภาครัฐและสัญญาระหว่างเอกชน
ความแตกต่างที่สำคัญสามารถแบ่งออกเป็นประเด็นหลักได้ดังนี้:
- กฎหมายที่ใช้บังคับคนละฉบับ: ถ้าเอกชนจ้างเอกชนจ้างเหมาก่อสร้าง ใช้ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ เช่น มาตรา 587 (ว่าจ้างทำของ) แต่ถ้าหน่วยงานของรัฐเป็นผู้ว่าจ้าง ต้องใช้ควบคู่กับ พระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างฯ พ.ศ. 2560 โดยเฉพาะมาตรา 93 ที่กำหนดให้ต้องใช้ “แบบสัญญามาตรฐาน”
- ลักษณะความสัมพันธ์ของคู่สัญญาไม่เท่ากัน: เอกชนกับเอกชน เป็นความสัมพันธ์แบบเท่าเทียม ต่างฝ่ายต่างมีสิทธิต่อรอง แต่รัฐกับเอกชน รัฐถือ “อำนาจทางปกครอง” มีสิทธิในการควบคุม ตรวจสอบ สั่งหยุดงาน บอกเลิกสัญญา และปรับเงิน แม้ไม่ต้องฟ้องศาลแพ่ง
- ผลลัพธ์ที่คาดหวังจากสัญญาต่างกัน: สัญญาเอกชนเพื่อผลประโยชน์ของคู่สัญญา แต่สัญญาภาครัฐเพื่อประโยชน์ของ “ส่วนรวม” เช่น ถนน สะพาน โรงเรียน อาคารราชการ เมื่อเงินที่ใช้มาจากภาษีของประชาชน
สัญญาก่อสร้างเป็นเครื่องการันตีการดำเนินงานให้เป็นไปได้ตามที่ตกลงไว้ รวมถึงป้องกันไม่ให้งบประมาณบานปลายระหว่างการก่อสร้างอีกด้วย ข้อมูลด้านล่างนี้คือการเปรียบเทียบสรุปความแตกต่างในรูปแบบตาราง:
| หัวข้อเปรียบเทียบ | สัญญาจ้างก่อสร้างภาครัฐ | สัญญาจ้างก่อสร้างระหว่างเอกชนกับเอกชน |
|---|---|---|
| กฎหมายที่ใช้บังคับ | พ.ร.บ. การจัดซื้อจัดจ้างฯ พ.ศ. 2560 และแบบสัญญามาตรฐาน | ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ (มาตรา 587, 603) |
| ความสัมพันธ์ของคู่สัญญา | รัฐใช้อำนาจทางปกครอง มีอำนาจพิเศษเหนือคู่สัญญา | ความสัมพันธ์แบบเท่าเทียม มีสิทธิต่อรองเท่ากัน |
| วัตถุประสงค์หลัก | เพื่อประโยชน์สาธารณะและส่วนรวม | เพื่อผลประโยชน์และกำไรของคู่สัญญา |
| การกำหนดเนื้อหาสัญญา | ถูกออกแบบมาเพื่อควบคุมความเสี่ยงและสร้างความโปร่งใส | ตกลงกันเองตามความพึงพอใจภายใต้ขอบเขตกฎหมาย |
ประเภทของสัญญาก่อสร้างที่นิยมใช้ในปัจจุบัน
โดยสัญญาก่อสร้างที่นิยมใช้จะมีทั้งสิ้น 5 ประเภท ดังต่อไปนี้:
- สัญญาจ้างก่อสร้างแบบเหมารวม (Lump Sum Contract): ผู้ว่าจ้างจัดเตรียมแบบแปลน การออกแบบ และสเปควัสดุที่ใช้ไว้ แล้วจึงจัดหาผู้รับเหมา มีความสะดวกต่อการติดต่อประสานงาน แต่อาจมีราคาสูงกว่าปกติเพื่อป้องกันความเสียหาย
- สัญญาจ้างแบบราคาต่อหน่วย (Unit Price Contract): ตกลงเกี่ยวกับราคาต่อหน่วยของทุกรายการที่จะใช้ครอบคลุมทั้งการก่อสร้าง โดยไม่กำหนดวันแล้วเสร็จ มีความยืดหยุ่นเรื่องของงบประมาณ
- สัญญาจ้างออกแบบรวมก่อสร้าง (Design-build Contract): เป็นการจ้างรวมทั้งการออกแบบอาคาร โครงสร้าง ตลอดไปจนถึงโครงการรับเหมาก่อสร้างร่วมกันเป็นทีม
- สัญญาเหมาจ้างแบบเบ็ดเสร็จ (Turnkey Contract): ผู้รับเหมาจะรับผิดชอบเกี่ยวกับการก่อสร้างโครงการทั้งหมดตั้งแต่การหาเงินลงทุน เทคโนโลยี การออกแบบ และวิธีการก่อสร้างจนโครงการเสร็จสิ้น
- สัญญาจ้างแบบคิดค่าใช้จ่ายทั้งหมดบวกเงินเพิ่มพิเศษ (Cost-plus Contract): ผู้รับจ้างเป็นผู้ประกันค่าใช้จ่ายต่างๆ ในการก่อสร้าง โดยอีกฝ่ายต้องจ่ายเงินคืนตามจำนวนต้นทุนบวกกับกำไรตามสัดส่วน เหมาะกับโครงการที่ถูกจำกัดงบประมาณ
รายละเอียดสำคัญที่ต้องระบุในสัญญาก่อสร้าง
สัญญาที่ดีนั้นจำเป็นต้องมีรายละเอียดที่ครอบคลุม เพื่อไม่ให้ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งถูกเอาเปรียบ ซึ่งควรประกอบด้วยรายละเอียด ดังนี้:
- ข้อตกลงในการว่าจ้างและอำนาจในการดำเนินงาน
- หลักประกัน ค่าจ้าง และการจ่ายเงิน
- วันที่สร้างสัญญาและกำหนดเวลาแล้วเสร็จ
- ความรับผิดชอบหากเกิดเหตุไม่คาดคิด หรือการกระทำที่ก่อให้เกิดความเสียหาย
- ค่าปรับ และค่าเสียหายทดแทน
- รายละเอียดเกี่ยวกับโครงการ แบบแปลนการออกแบบ และรายละเอียดรายการทั้งหมด
- ข้อชี้แจงกรณีบ่งชี้ให้เกิดการเลิกจ้าง หรือเลิกสัญญา
ภาระหน้าที่และความรับผิดชอบของผู้รับจ้าง
ฝ่ายผู้รับจ้างจำเป็นที่จะต้องเข้ามาตรวจสอบ และวางแผนการดำเนินงานให้ละเอียดรอบคอบ โดยมีหน้าที่หลักดังนี้:
- ผู้รับจ้างจำเป็นต้องเข้าไปตรวจสอบพื้นที่ สถานที่ และสภาพที่เป็นอยู่ปัจจุบัน รังวัดตรวจสอบหมุดหลักเขต จัดทำระดับแนวและระยะต่าง ๆ ในแบบก่อสร้าง
- ผู้รับจ้างต้องศึกษารายละเอียด และตรวจสอบแบบแปลน รวมถึงความต้องการของผู้ว่าจ้าง เพื่อที่จะเสนอแบบขยายรายละเอียดและวิธีการก่อสร้าง
สรุปให้ชัดอีกครั้ง “สัญญาจ้างก่อสร้างภาครัฐ” ต่างจาก “สัญญาระหว่างเอกชนกับเอกชน” อย่างลึกซึ้ง ไม่ใช่แค่เรื่องของ “ใครเป็นผู้ว่าจ้าง” แต่เกี่ยวกับกฎหมายที่ใช้ ความสัมพันธ์ของคู่สัญญา และวัตถุประสงค์ของงานก่อสร้างนั้น เพราะเมื่อเข้าใจถูก เราจะจัดการงานก่อสร้างได้โปร่งใส ถูกต้อง และปกป้องประโยชน์ของประเทศได้ดีที่สุด