“บ้านสไตล์นอร์ดิก” ฝาแฝดบ้านมินิมอล น่ารัก แถมทันสมัยมาก
บ้านสไตล์นอร์ดิก (Nordic Style) หรืออีกชื่อหนึ่งที่นิยมเรียก คือ สไตล์สแกนดิเนเวียน (Style Scandinavian) ทั้ง 2 สไตล์นี้คือแบบเดียวกัน หมายถึงสไตล์การออกแบบ การตกแต่งบ้านของคนในแถบยุโรปเหนือ เช่น สวีเดน, ฟินแลนด์, ไอซ์แลนด์, นอร์เวย์ เดนมาร์ก และเกาะกรีนแลนด์ สถาปนิกได้ทำการออกแบบบ้านโดยผสมผสานระหว่างสไตล์ Nordic และ Modern ทำให้มีชื่อเรียกใหม่ขึ้นมาว่า Modern Barn หรือบ้านสไตล์โรงนาประยุกต์ ที่มีรูปลักษณ์ทันสมัยและดูเรียบง่าย
เอกลักษณ์และลักษณะเด่นของบ้านสไตล์นอร์ดิก
บ้านสไตล์นอร์ดิกถูกเรียกว่าเป็นฝาแฝดบ้านสไตล์มินิมอล มีรูปทรงคล้ายกับสไตล์ Modern Barn ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจมาจากยุ้งฉางหรือโรงนาในแถบยุโรป โดยมีลักษณะเด่นที่น่าสนใจดังนี้:
- รูปทรงเรขาคณิตที่ดูเรียบง่าย: การออกแบบตัวอาคารเป็นเส้นสายที่สะอาด เป็นเส้นนำสายตาดึงดูดความสนใจ ไม่มีรายละเอียดที่ซับซ้อนหรือเกินความจำเป็น
- หลังคาจั่วสูงไม่มีชายคา: ลักษณะหลังคาที่แหลมขึ้นไปมีความชัน ซึ่งความลาดเอียงในระดับที่มากกว่าปกติจะช่วยให้น้ำฝนไหลลงด้านล่างได้อย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้โครงหลังคาที่สูงยังช่วยให้ภายในตัวบ้านโปร่งโล่ง อากาศร้อนลอยตัวขึ้นสู่ที่สูงได้ดี
- การใช้กระจกรับแสงธรรมชาติ: เน้นเปิดพื้นที่ให้แสงสว่างเข้ามาทำให้ดูอบอุ่น สบายตา และมีด้านที่เป็นกระจกคอยรับแสงเพื่อช่วยเพิ่มความสว่างและความอบอุ่น
- เน้นความเป็นธรรมชาติ: การเลือกใช้โทนสีของธรรมชาติ เช่น การเลือกใช้โทนสีขาวเป็นสีพื้น สีเอิร์ธโทน อย่างสีน้ำตาลของไม้ เพื่อให้บ้านดูกลมกลืนกับธรรมชาติ
ข้อควรระวังและการปรับเปลี่ยนให้เหมาะกับสภาพอากาศประเทศไทย
แม้ว่าบ้านสไตล์นอร์ดิกจะถูกออกแบบมาเพื่ออากาศหนาวเย็น แต่อากาศร้อนๆ แบบบ้านเราก็สามารถสร้างบ้านสไตล์นี้ได้เหมือนกัน เพียงปรับเปลี่ยนวัสดุบางอย่างเพื่อรับมือกับปัญหาที่อาจตามมา:
1. ปัญหาความร้อนและแสงแดด
เนื่องจากภูมิอากาศบ้านเราเป็นเมืองร้อนการที่ไม่มีชายคาบ้าน และการใช้กระจกเป็นองค์ประกอบของบ้านค่อนข้างมาก ทำให้ผนังบ้านต้องเจอกับแดดโดยตรง หากอยู่ในพื้นที่ที่ร้อนมากอาจจะต้องลดด้านที่เป็นกระจกให้น้อยลง และเลือกใช้วัสดุมุงหลังคาที่มีคุณสมบัติสะท้อนความร้อน พร้อมติดตั้งแผ่นสะท้อนความร้อนและฉนวนกันความร้อนใต้หลังคา
2. ปัญหาฝนสาดและรั่วซึม
ด้วยความที่มันไม่มีชายคา น้ำไหลผ่านจากหลังคาลงมาหน้าต่างเต็มๆ อาจส่งผลให้เกิดปัญหาน้ำรั่วซึมเข้าบ้านหรือเกิดคราบน้ำฝนและเชื้อราที่ผนังบ้านได้ การป้องกันทำได้ด้วยการเลือกบานหน้าต่างขอบอะลูมิเนียมหรือไวนิลซึ่งจะช่วยป้องกันน้ำซึมได้ดีกว่าวงกบไม้ และควรทาสีที่มีคุณสมบัติป้องกันความชื้น
3. การเลือกวัสดุและเฟอร์นิเจอร์
ควรเลือกวัสดุให้เข้ากับภูมิอากาศ เช่น ถ้าเลือกตกแต่งภายนอกเป็นไม้ ควรเลือกชนิดที่ทนฝน ทนพายุ และทนแดด ส่วนการเลือกเฟอร์นิเจอร์ควรเลือกดีไซน์ที่เรียบง่าย คงคอนเซปต์ ‘Less is More’ เช่น ขอบเรียบเนียนและโค้งมนเพื่อคงความนอร์ดิกให้มากที่สุด
ตารางสรุปรายละเอียดและแนวทางการออกแบบบ้านนอร์ดิก
| หัวข้อการพิจารณา | แนวทางการออกแบบและวัสดุ |
|---|---|
| รูปทรงหลังคา | ทรงจั่วสูง (High Gable) ไม่มีชายคา ช่วยระบายน้ำฝนและทำให้อากาศถ่ายเท |
| โทนสีที่แนะนำ | โทนสีธรรมชาติ, ขาว, เทาอ่อน, หรือโทนดำ/เทาเข้ม สำหรับแนวสุขุมลุ่มลึก | ลดสัดส่วนกระจกในทิศแดดจัด, ใช้อิฐ 2 ชั้น, ติดตั้งฉนวนกันความร้อนใต้หลังคา |
| วัสดุตกแต่ง | ไม้ธรรมชาติ, ไม้เทียม, โครงสร้างเหล็ก, และกระจกบานใหญ่ |
บ้านสไตล์นอร์ดิกเป็นไปได้ไม่ยากในประเทศไทย หากมีการวางแผนงานให้ดีตั้งแต่ต้น เลือกทิศทางห้องแต่ละห้องให้เหมาะกับทิศทางแสงแดด และเลือกใช้วัสดุที่เหมาะสม จะช่วยให้ได้บ้านที่สวยทันสมัย เรียบง่าย แต่ดูมีอะไร และอยู่อาศัยได้จริงอย่างมีความสุข