คู่มือการออกแบบและคุมงานก่อสร้างบ้านหลังแรกด้วยตัวเอง
วันนี้ก็มาถึง ถึงเวลามาแชร์บ้านของเราบ้างแล้วค่ะ เพื่อเป็นประโยชน์กับท่านอื่นๆ นะคะ สำหรับผู้ที่มีความฝันอยากมีบ้านเป็นของตัวเอง
1. การหาที่ดินและการจัดซื้อ
วิธีการหาที่ดินคือ หาตามกลุ่ม FB ในจังหวัด หรือให้คนรู้จักทาบทามขอแบ่งซื้อที่ดินใกล้ๆ ค่ะ ขอบอกเลยว่าขั้นตอนนี้ห้ามด่วนค่ะ ใจร่มๆ เพราะเราเชื่อเรื่องบ้านเลือกคน ในส่วนของที่ดินเราซื้อเงินสด จุดนี้ไม่ต้องวุ่นวายกับธนาคาร รวมใช้เวลาหาที่ดิน 7 เดือน โดยตกลงทำสัญญาซื้อขายวันที่ 18 มีนาคม 2565
2. ลำดับขั้นตอนการเตรียมพื้นที่
หลังจากได้ที่ดินแน่นอนแล้ว ขั้นตอนต่อไปคือการเตรียมพื้นที่และการจัดการด้านเอกสารโฉนดที่ดิน ดังนี้:
- แจ้งทำรังวัดที่ดิน: เมษายน 2565
- วัดที่ดิน: มิถุนายน 2565
- ได้โฉนด: กันยายน 2565
- ถมที่ดิน: พฤศจิกายน 2565
- ลงเสาเอก: 22.02.2023 (ใช้ของในวันลงเสาประมาณ 1,000 บาท)
เมื่อเริ่มดำเนินการ เอารถเข้าถางป่า โดยเก็บต้นไม้ใหญ่เดิมๆ ไว้ทั้งหมด ส่วนมากเป็นไม้กันเกรา ยางนา หว้า และประดู่
3. การออกแบบและการขออนุญาต
ในส่วนของแบบก่อสร้าง สถาปนิกจะช่วยออกแบบ ดูวัสดุ งานไฟ ฟังก์ชั่นต่างๆ ทิศทางลม รวมถึงข้อกฎหมายให้เรา โดย บ้านที่ขนาดเกิน 150 ตรม.ต้องมีสถาปนิกกับวิศกรเซ็นต์แบบค่ะ สำหรับการยื่นอบต.ในพื้นที่ เราใช้แบบจำนวน 5 เล่ม ระยะเวลารอ 3 สัปดาห์ ค่าธรรมเนียม 303 บาท
4. การจัดหาผู้รับเหมาและเตรียมสาธารณูปโภค
เราเลือกช่างที่รับงานทีละหลังจนเสร็จ และเหมาเฉพาะค่าแรงเท่านั้น ส่วนของสั่งตรงกับร้านที่เราสามารถเช็คราคาของในพื้นที่ได้ รวมถึงช่างมีเครดิตที่ดี สามารถเอาของที่ร้านก่อสร้างได้โดยไม่ต้องสำรองจ่ายก่อน
รายละเอียดค่าใช้จ่ายเบื้องต้น:
- น้ำประปาชั่วคราว: ประมาณ 5,350 บาท (ได้คืนตอนขอบ้านเลขที่แล้ว)
- มิเตอร์ไฟฟ้าชั่วคราว: ประมาณ 6,000 บาท (ใช้เวลาประมาณ 7 วันติดตั้งเสร็จ)
- การเดินเสาไฟเพิ่ม: จ้างช่างไฟมาเดินเสาเพิ่มจากถนนเข้าไปที่ตัวบ้าน รวมค่าติดตั้งประมาณ 10,000 บาท
5. การยื่นกู้ธนาคารและเงินสำรอง
การสร้างบ้านแบบยื่นกู้ธนาคารจะต้องมีเงินสำรองในการสร้างบ้านไปก่อน เราเตรียมไว้ประมาณ 30% ของราคาบ้าน เราเลือกธนาคารสีฟ้า ดอก 3 ปีแรกประมาณ 3% เจ้าหน้าที่ดูแลดีมากๆ ค่ะ ส่วนการยื่นเอกสารกู้กับธนาคารใช้เวลาประมาณ 30 วันนับจากวันยื่น เมื่อมีความคืบหน้าก็แจ้งตรวจงวดงานแรกได้เลย ภายใน 1 สัปดาห์เงินก้อนแรกก็จะเข้า
6. การคุมงานก่อสร้าง
ช่างก่อสร้างเข้าหน้างานทุกวัน เราจะแวะไปดูความคืบหน้าทุกวันตอนเย็น เพื่อคุมงานเอง หากมีจุดไหนผิดพลาดก็จะได้แจ้งช่างแก้ไขได้ทัน สำหรับใครที่ไม่มีความรู้ด้านก่อสร้าง แนะนำให้จ้างผู้คุมงานแยกจากผู้รับเหมา เพื่อป้องกันปัญหาต่างๆ