เปรียบเทียบการซื้อบ้านสำเร็จรูป กับการจ้างผู้รับเหมาสร้างบ้าน
เนื่องจากว่าบ้านคือนิวาสสถานสำหรับพักผ่อนกายใจ และถูกจัดลำดับความสำคัญเป็นเรื่องแรกๆ ของชีวิตเลยก็ว่าได้ แต่อย่างไรก็ดี หลายคนที่อยากมีบ้านของตนเองยังต้องคิดหนักอีกครั้ง กับข้อสงสัยที่ว่าจะซื้อบ้านจัดสรรหรือสร้างบ้านเองดี ซึ่งทั้งการซื้อบ้านสำเร็จรูป และการจ้างผู้รับเหมาสร้างบ้านมีข้อดีและข้อเสียแตกต่างกันออกไป
ข้อดีของการเลือกซื้อบ้านจัดสรร
สำหรับบ้านจัดสรรหรือบ้านสำเร็จรูปมีคุณสมบัติที่น่าสนใจดังต่อไปนี้:
- ไม่ต้องปวดหัวกับการสร้างบ้านเอง: ในการสร้างบ้านด้วยตนเองสักหลังหนึ่งนั้น ผู้สร้างบ้านต้องใช้พลังและแรงกายใจอย่างมาก แตกต่างจากการซื้อบ้านสำเร็จรูปที่แค่เพียงยื่นกู้ก็สามารถย้ายของส่วนตัวเข้าบ้านได้เลย โดยไม่ต้องกังวลกับปัญหาการเลือกซื้อวัสดุหรือคุยกับช่าง
- สภาพแวดล้อมเหมาะกับการอยู่อาศัย: บ้านจัดสรรจะอยู่ในหมู่บ้าน ซึ่งเป็นที่อยู่อาศัยโดยเฉพาะ เหมาะกับคนที่ต้องการความสงบ เป็นส่วนตัว และไม่ต้องคาดเดาสภาพแวดล้อมในอนาคต
- ระบบการรักษาปลอดภัยที่มั่นใจได้: บ้านจัดสรรจะมียามรักษาความปลอดภัยประจำการตลอดเวลา คุณจึงจะมั่นใจได้ถึงความปลอดภัยแม้ในเวลาที่คุณไม่อยู่บ้าน
ข้อดีของการสร้างบ้านเองโดยจ้างผู้รับเหมา
สำหรับการสร้างบ้านเองมีจุดเด่นที่ตอบโจทย์ความต้องการเฉพาะตัว ดังนี้:
- ออกแบบบ้านได้ดังที่ใจต้องการ: คุณสามารถออกแบบบ้านได้อย่างที่ปรารถนา ไม่ว่าจะเป็นวัสดุแบบใด หรือกระเบื้องลายใด คุณก็สามารถกำหนดเองได้ทั้งสิ้นทุกตารางนิ้ว
- หากมีที่ดินอยู่แล้วจะทำให้ประหยัดเงินมากขึ้น: ในกรณีที่คุณมีที่ดินซึ่งซื้อเก็บไว้อยู่แล้ว การสร้างบ้านเองคือทางเลือกที่ดีที่สุด คุณจะสามารถนำงบประมาณไปทุ่มเทกับตัวบ้านได้อย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วย
- เลือกผู้รับเหมาได้เองตามที่ใจต้องการ: คุณสามารถเลือกผู้รับเหมาก่อสร้างที่มีผลงานโดดเด่นเข้าตา โดยพิจารณาจากประวัติการทำงานและลักษณะนิสัยเพื่อให้การก่อสร้างเป็นไปอย่างราบรื่น
ทำความรู้จักกับบทบาทและประเภทของผู้รับเหมา
ผู้รับจ้างก่อสร้าง หรือชื่อเรียกทั่วไปว่า ผู้รับเหมา (contractor) หมายถึง ผู้ชนะการประกวดราคา หรือผู้ที่เจ้าของงานเลือกให้เป็นผู้ทำงานก่อสร้างตามที่ระบุไว้ในเอกสารสัญญา โดยแบ่งประเภทได้ดังนี้:
| ประเภทผู้รับเหมา | ขอบเขตงาน | ลักษณะงาน |
|---|---|---|
| ผู้รับเหมางานโครงสร้าง | งานฐานราก โครงสร้างคอนกรีต | เน้นความแข็งแรงและความปลอดภัย |
| ผู้รับเหมางานตกแต่ง | งานผนัง สี ฝ้าเพดาน | เพิ่มความสวยงามและฟังก์ชัน |
| ผู้รับเหมางานระบบ | ระบบไฟฟ้า ประปา ระบายอากาศ | ดูแลระบบใช้งานภายในบ้าน |
13 เทคนิคการเลือกผู้รับเหมาก่อสร้างอย่างมืออาชีพ
การเลือกผู้รับเหมาเป็นขั้นตอนสำคัญที่จะทำให้บ้านมีคุณภาพและลดความเสี่ยงของการทิ้งงาน โดยมีคำแนะนำดังนี้:
- ควรดูจากผลงานที่ผ่านมาในอดีต และอาจโทรสอบถามลูกค้ารายเก่าอย่างน้อย 6-10 ชื่อ
- ควรเลือกผู้รับเหมาที่มีประสบการณ์มากๆ เพราะจะรู้ปัญหาและให้คำแนะนำได้ดี
- มีที่อยู่เป็นหลักแหล่ง มีสำนักงานตั้งอยู่ และจดทะเบียนถูกต้อง
- หารายชื่อเพื่อติดต่อหลายๆ รายเพื่อทราบการราคาเบื้องต้น
- หาผู้รับเหมาที่เหมาะสมกับงาน เช่น งานไม้หาช่างไม้ หรือช่างก่อฉาบตามความชำนาญ
- ผู้รับเหมาต้องมีทีมงานพร้อม ทั้งวิศวกร สถาปนิก และเจ้าหน้าที่จัดซื้อ
- ควรจ้างผู้รับเหมาที่สามารถปฏิบัติงานเสร็จได้ตามกำหนดเวลาที่ชัดเจน
- ไม่ควรจ้างผู้รับเหมาที่ใช้ผู้รับเหมาช่วงทั้งหมดในการสร้างบ้าน
- ให้ผู้รับเหมาทำการประเมินราคาเป็นลายลักษณ์อักษรและเปรียบเทียบหลายๆ เจ้า
- ผู้รับเหมาควรมีการประกันผลงานที่เป็นลายลักษณ์อักษร เช่น การประกันโครงสร้าง
- ตรวจสอบสถานะทางการเงินที่มั่นคงของผู้รับเหมา
- สอบถามจำนวนงานที่รับอยู่ในปัจจุบันเพื่อป้องกันการดูแลไม่ทั่วถึง
- หากเป็นบริษัทที่อยู่ในสมาคมที่มีการรับรองจะสร้างความมั่นใจได้มากกว่า
ขั้นตอนการเตรียมตัวและบริหารงบประมาณ
การวางแผนก่อนล่วงหน้าจะทำให้การลงทุนสร้างบ้านของคุณเป็นไปอย่างคุ้มค่ามากที่สุด โดยมีขั้นตอนสำคัญคือ:
การบริหารจัดการงบประมาณ
- เปรียบเทียบราคาและข้อเสนอโดยไม่เน้นที่ราคาต่ำที่สุดเสมอไป
- จัดทำงบประมาณก่อสร้างอย่างละเอียด และเว้นเผื่อสำหรับกรณีฉุกเฉิน 10–15%
- ติดตามและบริหารโครงการอย่างใกล้ชิดเพื่อควบคุมค่าใช้จ่ายและเวลางาน
กระบวนการเริ่มต้นสร้างบ้าน
เริ่มจากการหาแบบบ้านตามเงื่อนไขงบประมาณและจำนวนผู้อยู่อาศัย เมื่อได้แบบที่ถูกใจแล้วจึงเข้าสู่ขั้นตอนการหางบประมาณและการขออนุญาตสร้างบ้านเสียที ทั้งนี้ในช่วงระหว่างการก่อสร้าง การดูแลเอาใจใส่ในขั้นตอนต่างๆ เป็นสิ่งที่สำคัญและจำเป็นอย่างมาก เพราะจะช่วยให้ได้บ้านที่ตรงตามใจและสร้างจบงบไม่บานปลาย