สรุปคดีตึก สตง. ถล่ม: ผลสอบปากคำวิศวกรและการตรวจพบการปลอมแปลงลายเซ็น
จากกรณีสืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 28 มีนาคม 2568 เวลาประมาณ 13.20 น.ได้เกิดเหตุแผ่นดินไหวโดยมีจุดศูนย์กลางที่ประเทศเมียนมาร์ แรงสั่นสะเทือนถึงประเทศไทยและในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ส่งผลทำให้อาคารก่อสร้างสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน (แห่งใหม่) บริเวณถนนกำแพงเพชร 2 แขวงจตุจักร เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร มีความสูง 30 ชั้น ทรุดตัวถล่มลงมา เป็นเหตุให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บ และ เสียชีวิตจำนวนมาก
ความคืบหน้าการสอบปากคำวิศวกรควบคุมงาน
พ.ต.ต.วรณัน ศรีล้ำ ผอ.กองคดีคุ้มครองผู้บริโภค ในฐานะโฆษกดีเอสไอ เปิดเผยความคืบหน้ากรณีการสอบปากคำวิศวกรว่ามีความคืบหน้าไปอย่างมาก โดยผลสรุปการนัดหมายสอบปากคำพยานวิศวกร ภายใต้กิจการร่วมค้า PKW รวมจำนวน 40 หมายเรียก เพื่อให้ชี้แจงกรณีมีรายชื่อ และลายเซ็นปรากฏในเอกสารควบคุมงานตึก สตง. มีรายละเอียดดังนี้
| วันที่เข้าพบ | จำนวนวิศวกร (ราย) | ยอมรับว่าถูกปลอมลายเซ็น (ราย) | ยอมรับว่าเป็นลายเซ็นตนเองจริง (ราย) |
|---|---|---|---|
| 29 เม.ย. 68 | 7 | 6 | 1 |
| 30 เม.ย. 68 | 10 | 6 | 4 |
| 1 พ.ค. 68 | 8 | 7 | 1 |
| 2 พ.ค. 68 | 11 | 9 | 2 |
| รวม | 36 | 28 | 8 |
จากหมายเรียกพยานวิศวกรทั้งหมด 40 ราย พบว่ามีการเดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวนแล้ว 36 ราย แบ่งเป็น ให้การยอมรับว่าเซ็นควบคุมงานตึก สตง. จริง จำนวน 8 ราย และให้การว่าถูกปลอมลายเซ็น จำนวน 28 ราย นอกจากนี้ นายสมเกียรติ ชูแสงสุข วิศวกรผู้เสียหายที่ถูกปลอมลายมือชื่อ ยืนยันว่า "ถ้าอาคารไม่ได้เกิดการถล่มลงมา จนมีการตรวจสอบกัน จะไม่รู้เลยว่ามีการอ้างชื่อผมเป็นวิศวกรควบคุมงาน เป็นเวลาถึง 5 ปี"
สาเหตุการถล่มและมาตรฐานการก่อสร้าง
จากการตรวจสอบพยานหลักฐานทั้งเอกสารและพยานบุคคล พบว่าแบบแปลนการก่อสร้างไม่สอดคล้องกับกฎกระทรวง และมาตรฐาน โดยมีรายละเอียดความบกพร่องดังนี้
- โครงสร้างอาคาร: กลุ่มกำแพงปล่องลิฟต์ของอาคาร ไม่ได้อยู่ตรงกลางอาคาร แต่ชิดขอบด้านหลัง ทำให้ศูนย์กลางของการบิดตัวของอาคารเยื้องไปจากศูนย์กลางอาคาร เมื่ออาคารแกว่งตัวจากแผ่นดินไหว ทำให้กำแพงปล่องลิฟต์และเสาที่ฐานถล่มเกือบพร้อมกัน
- วัสดุอุปกรณ์: ผลการตรวจปรากฏว่าความแข็งแรงของคอนกรีต ไม่ได้มาตรฐานตามค่า KSC และการตรวจสอบเหล็กเส้นปรากฏว่ามีบางส่วนไม่เป็นไปตามแบบเช่นกัน
- การออกแบบ: สรุปเหตุตึกสตง.ถล่ม พบออกแบบ-วิธีก่อสร้างบกพร่อง
การดำเนินคดีกับกลุ่มผู้กระทำความผิด
คณะพนักงานสืบสวนสอบสวนได้แบ่งกลุ่มผู้กระทำความผิดออกเป็น 3 กลุ่ม มีผู้ต้องหาที่เกี่ยวข้องทั้งหมด 17 ราย ดังนี้
- กลุ่มที่ 1 บริษัทผู้ออกแบบ: บริษัท ฟอ-รัม อาร์คิเทค จำกัด และ บริษัท ไมนฮาร์ท (ประเทศไทย) จำกัด
- กลุ่มที่ 2 บริษัทผู้รับจ้างควบคุมการก่อสร้าง: กิจการร่วมการค้า PKW (ประกอบด้วย บริษัท พี เอ็น ซิงค์โครไนซ์ จำกัด, บริษัท เคพี คอนซัลแทนส์ แอนด์ แมเนจเม้นท์ จำกัด และ บริษัท ว.และสหาย คอนซัลแตนตส์ จำกัด)
- กลุ่มที่ 3 บริษัทผู้รับจ้างก่อสร้าง: บริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) และ บริษัท ไชน่า เรลเวย์ นัมเบอร์ 10 (ประเทศไทย) จำกัด
โดยทั้งหมดถูกดำเนินคดีในฐาน "เป็นผู้มีวิชาชีพในการออกแบบ ควบคุม หรือ ทำการก่อสร้าง ไม่ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ เป็นเหตุให้บุคคลอื่นถึงแก่ความตาย" อันเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 227 และ 238 ซึ่งในเหตุการณ์ครั้งนี้ค้นพบผู้เสียชีวิตแล้วจำนวน 89 ราย