หลักสูตรวิศวกรรมศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาการบริหารงานก่อสร้าง และความสำคัญของ Construction Management
หลักสูตรวิศวกรรมศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาการบริหารงานก่อสร้าง มุ่งเน้นที่จะผลิตวิศวกรระดับผู้บริหารชั้นกลางขึ้นไป ซึ่งเป็นทรัพยากรบุคคลที่สำคัญในการบริหารจัดการโครงการ เป็นผู้ผลักดันและดำเนินโครงการวิศวกรรมโยธาอย่างมีประสิทธิภาพ โดยหลักสูตรนี้จะสร้างเสริมความรู้ในแนวลึกด้านวิศวกรรมโยธาและบริหารงานก่อสร้าง เพื่อจะให้มหาบัณฑิตมีความรอบรู้ในวิชาการด้านวิศวกรรมก่อสร้างและการจัดการอย่างแท้จริง และสามารถนำไปประยุกต์ใช้กับการทำงานพัฒนาโครงการอย่างมีประสิทธิภาพ
ข้อมูลหลักสูตรเบื้องต้น
- ภาษาไทย: หลักสูตรวิศวกรรมศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาการบริหารงานก่อสร้าง
- ภาษาอังกฤษ: Master of Engineering Program in Construction Management
- ชื่อเต็ม (ไทย): วิศวกรรมศาสตรมหาบัณฑิต (การบริหารงานก่อสร้าง)
- ชื่อย่อ (ไทย): วศ.ม. (การบริหารงานก่อสร้าง)
- ชื่อย่อ (อังกฤษ): M.Eng. (Construction Management)
- ระยะเวลาการศึกษา: หลักสูตร 2 ปี ศึกษาได้ไม่เกิน 5 ปีการศึกษา ตามกรอบมาตรฐานคุณวุฒิระดับอุดมศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2552
Construction Management คืออะไร?
Construction Management คือศาสตร์และศิลป์ที่รวมเอาความรู้ในด้านวิศวกรรม สถาปัตยกรรม และการจัดการมาประยุกต์ใช้เพื่อให้งานก่อสร้างสำเร็จลุล่วงได้อย่างราบรื่น ตรงตามงบประมาณและระยะเวลาที่กำหนด โดยหมายถึงกระบวนการบริหารจัดการทุกด้านของโครงการก่อสร้าง ตั้งแต่การวางแผน ออกแบบ การจัดสรรทรัพยากร การควบคุมคุณภาพงาน ไปจนถึงการส่งมอบโครงการให้กับเจ้าของงาน
องค์ประกอบสำคัญของการจัดการโครงการก่อสร้าง
- การวางแผนโครงการ (Project Planning): การวางแผนถือเป็นหัวใจสำคัญ ตั้งแต่การกำหนดขอบเขตโครงการ จัดสรรทรัพยากร เช่น วัสดุ แรงงาน และเวลา
- การจัดการงบประมาณ (Budget Management): การควบคุมงบประมาณไม่ให้บานปลายเป็นสิ่งสำคัญ โดยต้องคำนึงถึงต้นทุนวัสดุ แรงงาน และค่าใช้จ่ายอื่น ๆ
- การควบคุมคุณภาพ (Quality Control): ผู้จัดการโครงการจะต้องตรวจสอบทุกขั้นตอนเพื่อป้องกันความผิดพลาดที่อาจเกิดขึ้นตามมาตรฐานที่กำหนด
- การบริหารความเสี่ยง (Risk Management): การประเมินความเสี่ยงและวางแผนรับมือกับปัญหาที่อาจเกิดขึ้น เช่น การขาดแคลนวัสดุหรือสภาพอากาศ
- การสื่อสารและการประสานงาน (Communication & Coordination): การประสานงานระหว่างทีมงาน ผู้ออกแบบ วิศวกร และเจ้าของโครงการเป็นสิ่งจำเป็น
ความสำคัญต่อแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ
สาขาวิชาชีพการบริหารงานก่อสร้าง เป็นอีกหนึ่งองค์ประกอบที่จะช่วยให้แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติบรรลุวัตถุประสงค์ โดยมูลค่าทางเศรษฐกิจของงานด้านนี้มีมูลค่ามหาศาลเป็นปัจจัยหลักในการพัฒนาเศรษฐกิจอุตสาหกรรมของประเทศ และเป็นการสร้างสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานให้แก่ประเทศมาโดยตลอด ปัจจุบันยังมีความต้องการวิศวกรด้านบริหารงานก่อสร้างอีกเป็นจำนวนมากเพื่อปฏิบัติงานในหลายหน่วยงาน ทั้งในส่วนของราชการและในส่วนของภาคเอกชน
ผลลัพธ์การเรียนรู้ที่คาดหวัง (Expected Learning Outcomes)
- ELO 1: สามารถปฏิบัติตนภายใต้หลักการจรรยาบรรณทางวิชาการ วิจัย และวิชาชีพ มีความรับผิดชอบต่อตนเอง สังคม และข้อบังคับต่าง ๆ
- ELO 2: สามารถระบุ ตั้งสมการ วิจัย สืบค้น และวิเคราะห์ปัญหาทางการบริหารงานก่อสร้าง โดยใช้แนวทางการแก้ปัญหาตามหลักวิศวกรรมศาสตร์
- ELO 3: สามารถดำเนินงานวิจัยโดยใช้ความรู้ทั้งภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติ เพื่อหาผลสรุปที่สมบูรณ์ที่ขยายองค์ความรู้เดิม
- ELO 4: สามารถพัฒนาความรู้ และหาคำตอบของปัญหาทางวิศวกรรมที่ซับซ้อน และสามารถนำไปใช้พัฒนาการจัดการโครงการทางวิศวกรรมโยธาได้
- ELO 5: สามารถตัดสินใจในการดำเนินงานด้วยตนเอง รวมทั้งวางแผนในการปรับปรุงตนเองให้มีประสิทธิภาพในการปฏิบัติงานระดับสูง
- ELO 6: สามารถเลือกใช้เครื่องมือทันสมัยทางวิศวกรรม เทคนิควิธี ทรัพยากร คอมพิวเตอร์และเทคโนโลยีสารสนเทศในการค้นคว้าข้อมูล
บทบาทของคอนเซาท์หรือที่ปรึกษาก่อสร้าง
คอนเซาท์ก่อสร้าง คือ บุคลากรด้านวิชาชีพก่อสร้างที่ทำหน้าที่ในการให้คำปรึกษาแก่เจ้าของโครงการ และควบคุมงานก่อสร้าง ทั้งในส่วนสเปค งบประมาณ และระยะเวลาก่อสร้าง โดยต้องมีการจัดสรรทรัพยากร (Resources) ที่สำคัญดังนี้:
- Man (คน): การจัดการด้านกำลังคนและความสามารถในการทำงาน
- Machine (เครื่องจักร): การจัดการเครื่องมือและอุปกรณ์วัดระดับต่างๆ
- Material (วัสดุ): การจัดการวัสดุอุปกรณ์ เช่น ปูนก่อ หรือ อิฐมอญ
- Method (วิธีการ): การจัดการขั้นตอนการทำงานให้เป็นไปตามเป้าหมาย
ในปัจจุบัน เทคโนโลยีได้เข้ามามีบทบาทสำคัญในงานก่อสร้าง เช่น การใช้ BIM (Building Information Modeling) หรือซอฟต์แวร์เพื่อช่วยในการวางแผนโครงการ ซึ่งช่วยเพิ่มความแม่นยำและลดความผิดพลาดในกระบวนการก่อสร้าง เพื่อยกระดับศักยภาพให้สามารถแข่งขันได้อย่างทัดเทียมกับนานาชาติ