"ราคาวัสดุก่อสร้าง" พุ่งขึ้นทุกรายการ ดันราคาบ้านสูงตาม
เปิดดัชนีราคาวัสดุก่อสร้างเดือน เม.ย.65 พิษจากสงครามรัสเซีย-ยูเครน และการยกเลิกอุดหนุนดีเซลกระทบต้นทุนการผลิตและขนส่งวัสดุก่อสร้าง ดันราคาบ้านสูงตาม ดัชนีราคาวัสดุก่อสร้างยังคงมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง โดยในเดือน เม.ย. 2565 เพิ่มขึ้น 8.8% เทียบกับเดือนก่อนหน้าที่ 122.2 ทั้งหมดล้วนเป็นแรงกดดันให้ดัชนีราคาวัสดุก่อสร้างปรับตัวเพิ่มขึ้นและอาจส่งผลต่อราคาอสังหาริมทรัพย์ทั้งบ้านและคอนโดให้สูงขึ้นในอนาคต
วิเคราะห์ดัชนีราคาวัสดุก่อสร้างแยกตามหมวดหมู่
หากจำแนกออกเป็นหมวดสำคัญ พบการเปลี่ยนแปลงของราคาดังนี้:
- เหล็กและผลิตภัณฑ์เหล็ก: แนวโน้มราคาเพิ่มขึ้นมากที่สุด โดยเพิ่มขึ้น 19.3% จากปีก่อนหน้า
- ซีเมนต์: เพิ่มขึ้น 6.9% จากปีก่อน และเพิ่มขึ้น 1.8% จากเดือนก่อนหน้า
- ผลิตภัณฑ์คอนกรีต: เพิ่มขึ้น 6.7% จากปีก่อน ตามมาด้วยอุปกรณ์ไฟฟ้าและประปาที่เพิ่มขึ้น 4.4%
- ไม้และผลิตภัณฑ์ไม้: เพิ่มขึ้น 4.4% จากปีก่อนหน้า
- กระเบื้อง: เพิ่มขึ้น 4.1% จากปีก่อนหน้า
- วัสดุก่อสร้างและอื่นๆ: เพิ่มขึ้น 6.5% จากปีก่อน
เปรียบเทียบราคาวัสดุก่อสร้าง ปี 2564 และ 2565
ข้อมูลราคาวัสดุสำคัญในงานสร้างบ้านในช่วงเดือน ก.ค. ปี 2564 เทียบกับปัจจุบันเดือน ก.ค. ปี 2565 มีดังนี้:
- ปูนทีพีไอ ซีเมนต์ผสม สีเขียว: ราคาในปี 2564 อยู่ที่ 67 บาทต่อถุง ปรับเป็น 98 บาทต่อถุงในปี 2565 (เพิ่มขึ้น 31.63%)
- ปูนทีพีไอ ปอร์ตแลนด์ สีแดง: ราคาในปี 2564 อยู่ที่ 95 บาทต่อถุง ปรับเป็น 125 บาทต่อถุงในปี 2565 (เพิ่มขึ้น 24.00%)
- เสือ มอร์ตาร์ ฉาบอิฐมวลเบา: ราคาในปี 2564 อยู่ที่ 65 บาทต่อถุง ปรับเป็น 82 บาทต่อถุงในปี 2565 (เพิ่มขึ้น 20.73%)
- เหล็กเส้นกลม SR24 RB9: ราคาในปี 2564 อยู่ที่ 117.26 บาทต่อเส้น ปรับเป็น 124.75 บาทต่อเส้นในปี 2565 (เพิ่มขึ้น 6.00%)
- เหล็กข้ออ้อย SD40T DB12: ราคาในปี 2564 อยู่ที่ 206.90 บาทต่อเส้น ปรับเป็น 218.45 บาทต่อเส้นในปี 2565 (เพิ่มขึ้น 5.28%)
- เหล็กกล่อง ดำ 50x50 มม.: ราคาในปี 2564 อยู่ที่ 771 บาทต่อเส้น ปรับเป็น 820.64 บาทต่อเส้นในปี 2565 (เพิ่มขึ้น 6.04%)
ปัจจัยหลักและสาเหตุการปรับตัวของราคา
การปรับตัวเพิ่มขึ้นของราคาวัสดุก่อสร้างสาเหตุหลักมาจาก ต้นทุนวัตถุดิบสำคัญสูงขึ้น เช่น น้ำมัน ถ่านหิน เหล็กและอลูมิเนียม ซึ่งเป็นผลมาจากสถานการณ์ความรุนแรงในต่างประเทศ และการลดกำลังการผลิตของกลุ่มประเทศผู้ผลิต ทำให้ขาดแคลนวัตถุดิบและราคาวัตถุดิบนำเข้าปรับตัวสูงขึ้น นอกจากนี้การยกเลิกมาตรการอุดหนุนราคาน้ำมันดีเซลให้สอดคล้องกับสถานการณ์ราคาน้ำมันในตลาดโลก มีผลทำให้ต้นทุนการผลิตและการขนส่งวัสดุก่อสร้างสูงขึ้น ส่วนการแพร่ระบาดของโควิด-19 ยังคงส่งผลกระทบต่อต้นทุนแรงงานในอุตสาหกรรมก่อสร้างและภาวะขาดแคลนแรงงานต่างชาติ
ภาพรวมและแนวโน้มอุตสาหกรรมก่อสร้างปี 2565
EIC มองอุตสาหกรรมก่อสร้าง และวัสดุก่อสร้างปี 65 ขยายตัว แต่ยังเผชิญความท้าทายจากต้นทุนปรับตัวสูงขึ้น โดยมีรายละเอียดที่สำคัญคือ:
- ภาพรวมมูลค่าอุตสาหกรรม: คาดว่าจะขยายตัวที่ 4%YOY แตะระดับ 1.42 ล้านล้านบาท
- การก่อสร้างภาครัฐ: ขยายตัวต่อเนื่องที่ 6%YOY จากโครงการเมกะโปรเจกต์ เช่น รถไฟฟ้าสีม่วงใต้ และรถไฟทางคู่
- การก่อสร้างภาคเอกชน: มีแนวโน้มขยายตัวเล็กน้อยที่ 1%YOY จากการฟื้นตัวของที่อยู่อาศัยแนวราบ
- ปริมาณการใช้เหล็ก: คาดว่าความต้องการเหล็กทรงยาวจะอยู่ที่ 6.6 ล้านตัน และราคาเหล็กทรงยาวไทยมีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้นมาอยู่ที่ 30.2 บาท/กิโลกรัม (+19%YOY)
- ปูนซีเมนต์: ปริมาณการบริโภคในประเทศมีแนวโน้มเติบโต 2%YOY โดยราคาปูนซีเมนต์อาจปรับตัวสูงขึ้น 8%YOY มาอยู่ที่ 1,753 บาท/ตัน
กลยุทธ์การรับมือสำหรับผู้ประกอบการ
ผู้ประกอบการก่อสร้าง และวัสดุก่อสร้างควรปรับกลยุทธ์รับมือต้นทุนที่พุ่งสูงดังนี้:
- ทำสัญญาสั่งซื้อวัสดุก่อสร้างล่วงหน้า ให้สอดคล้องกับความต้องการใช้และหลีกเลี่ยงการเข้าประมูลแบบแข่งขันด้านราคา
- นำเทคโนโลยีก่อสร้างมาใช้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและลดต้นทุนทั้งด้านวัสดุและแรงงาน
- บริหารจัดการสต็อก ให้สอดคล้องกับปริมาณคำสั่งซื้อและเน้นผลิตสินค้าที่มีอัตรากำไรสูง
- ปรับตัวด้านสิ่งแวดล้อม เช่น การใช้พลังงานทดแทนเพื่อลดสัดส่วนการใช้ถ่านหิน และพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่เพื่อลดการปล่อย CO2