จับชีพจรธุรกิจรับเหมาก่อสร้างไทย: มูลค่าตลาด ความท้าทาย และแนวโน้มในอนาคต
“รับเหมาก่อสร้าง” นับเป็นอีกหนึ่งอุตสาหกรรมที่ผูกพันขึ้น-ลงตามภาวะเศรษฐกิจภาพรวมของประเทศ และความคาดหวังคาบเกี่ยวกับโครงการเมกะโปรเจกต์ต่าง ๆ ของภาครัฐและเอกชน ไม่ว่าจะเป็นการอนุมัติโครงการคมนาคมใหม่ ๆ และการพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยในทำเลต่าง ๆ ของนักพัฒนาที่ดิน ซึ่งจากข้อมูลของ SCB EIC ธนาคารไทยพาณิชย์ เผยว่า ในแต่ละปี ภาคก่อสร้างไทยมีมูลค่าสูงถึง 1.4 ล้านล้านบาท
โครงสร้างและกลุ่มผู้เล่นในอุตสาหกรรมก่อสร้าง
ในปัจจุบันไทยมีผู้รับเหมาก่อสร้างรายใหญ่จำนวนแค่ 19 รายเท่านั้น แต่กินส่วนแบ่งตลาดรวมกันแล้วถึง 15% ของมูลค่าตลาดรวม ขณะที่ส่วนแบ่งที่เหลืออีก 85% กระจายไปยังผู้รับเหมาก่อสร้างรายกลางและรายเล็กต่าง ๆ โดยเราสามารถจำแนกกลุ่มผู้รับเหมาได้เป็น 4 กลุ่มหลัก ดังนี้:
- กลุ่มรับเหมาก่อสร้างโครงการภาครัฐเป็นหลัก: เช่น CK, CIVIL, RT และ ITD เป็นต้น
- กลุ่มที่รับงานก่อสร้างโครงการเอกชนเป็นหลัก: เช่น APCS, SRICHA, NL, TPOLY เป็นต้น
- กลุ่มที่รับงานก่อสร้างอื่น ๆ: เช่น งานฐานราก งานแปรรูป ประกอบกลุ่มชิ้นงานโครงสร้างขนาดใหญ่ งานตกแต่ง เรื่อยไปจนถึงงานท่อ ระบบไฟฟ้า และระบบสื่อสาร
- กลุ่มที่รับงานที่ปรึกษา บริหาร และควบคุมงานก่อสร้าง
สถานการณ์ธุรกิจและการปิดกิจการในปี 2566 - 2567
จากข้อมูลของกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ระบุว่า ในปี 2566 ที่ผ่านมา มีผู้รับเหมาก่อสร้างปิดกิจการไปแล้วทั้งสิ้น 2,306 ราย เพิ่มขึ้น 7% อย่างต่อเนื่องจากปี 2565 ที่การปิดกิจการในช่วงปีดังกล่าวเพิ่มขึ้นถึง 30% ส่วนการจัดตั้งบริษัทใหม่หดตัวลง 8% เมื่อเทียบกับปี 2565 เนื่องจากผู้รับเหมาเผชิญกับความท้าทายด้านต้นทุนและสภาพคล่อง โดยเฉพาะความล่าช้าในการประมูลงานโครงการภาครัฐ
| หัวข้อข้อมูล | รายละเอียดและตัวเลข |
|---|---|
| มูลค่าตลาดก่อสร้างไทยต่อปี | 1.4 ล้านล้านบาท |
| จำนวนบริษัทปิดกิจการ (ปี 2566) | 2,306 ราย (เพิ่มขึ้น 7%) |
| รายได้บริษัทจดทะเบียน (ครึ่งปีแรก 67) | 130,970 ล้านบาท |
| คาดการณ์การขยายตัวงานภาครัฐ (ปี 2568) | 3% |
| คาดการณ์การขยายตัวงานภาคเอกชน (ปี 2568) | 1% |
ความท้าทายและปัจจัยเสี่ยงที่ต้องจับตามอง
แม้รายได้บริษัทจดทะเบียนครึ่งปีแรก 67 จะอยู่ที่ 130,970 ล้านบาท แต่กำไรสุทธิกลับลดฮวบ ซึ่งเป็นผลมาจากราคาวัสดุก่อสร้าง เช่น ราคาเหล็ก และปูนซีเมนต์ ไปจนถึงต้นทุนแรงงานที่ปรับสูงขึ้น นอกจากนี้ยังมีปัจจัยเสี่ยงอื่น ๆ ได้แก่:
- ภาวะโอเวอร์ซัพพลาย: โดยเฉพาะพื้นที่อาคารสำนักงานให้เช่าที่อาจกระทบเม็ดเงินก่อสร้างภาคเอกชน
- ความผันผวนของต้นทุน: ราคาพลังงาน อัตราแลกเปลี่ยน และค่าแรงที่ปรับตัวสูงขึ้น
- ความล่าช้าของงบประมาณ: การเบิกจ่ายที่ล่าช้าส่งผลกระทบต่อสภาพคล่องของผู้รับเหมาทั้งรายใหญ่และรายเล็ก
ข้อดีของการจ้างบริษัทรับเหมาก่อสร้างมืออาชีพ
การจ้างรับเหมาก่อสร้างเป็นทางเลือกที่ช่วยลดความเสี่ยงและเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินงาน โดยมีข้อดีที่สำคัญดังนี้:
- ความเชี่ยวชาญ: มีประสบการณ์และความรู้เฉพาะทาง ทำให้สามารถวางแผนและดำเนินงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ลดความผิดพลาด
- ความสะดวกสบาย: ดูแลทุกขั้นตอนตั้งแต่การออกแบบ การจัดหาวัสดุ จนถึงการส่งมอบงาน
- การรับประกันคุณภาพ: มีการรับประกันคุณภาพของงานก่อสร้าง ทำให้เจ้าของโครงการมั่นใจในความแข็งแรง
- การควบคุมงบประมาณ: ช่วยวางแผนและควบคุมค่าใช้จ่ายให้เป็นไปตามที่กำหนด และสามารถจัดหาวัสดุได้ในราคาที่เหมาะสม
- การจัดการที่เป็นระบบ: มีทีมงานที่พร้อม ทั้งวิศวกรและช่างเฉพาะทาง ทำงานอย่างเป็นระบบและมีขั้นตอนที่เชี่ยวชาญ
ปัจจัยในการพิจารณาเลือกผู้รับเหมา
ราคาจ้างรับเหมาก่อสร้างขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายอย่าง เช่น ขนาดและความซับซ้อนของงาน วัสดุก่อสร้าง และค่าแรงงาน ดังนั้นก่อนตัดสินใจเลือกจ้างควรพิจารณาจากปัจจัยเหล่านี้:
- ประสบการณ์: เลือกรับเหมาที่มีประสบการณ์ในประเภทงานที่ต้องการ
- สัญญา: ทำสัญญาให้ชัดเจนระบุรายละเอียดของงาน ราคา และระยะเวลาในการก่อสร้าง
- ใบอนุญาต: บริษัทต้องมีใบอนุญาตประกอบกิจการที่ถูกต้องตามกฎหมาย
- ผลงานที่ผ่านมา: ศึกษาข้อมูลและสอบถามความคิดเห็นจากลูกค้าคนอื่น ๆ