How to ออกแบบระบบประปาภายในบ้านอย่างมืออาชีพ!
ระบบประปาคือหนึ่งในสาธารณูปโภคที่สำคัญ ซึ่งขาดไม่ได้ในครัวเรือน โดยระบบประปาภายในบ้านนั้นมักจะมีแรงดันน้ำที่ต่ำ บ้านเรือนทั่วไปจึงมักจะใช้ปั๊มน้ำเข้ามาช่วยเพิ่มแรงดันของน้ำให้สูงขึ้น เพื่อที่คนภายในบ้านจะสามารถเปิดก๊อกน้ำแล้วใช้งานต่าง ๆ ได้อย่างง่ายดาย การวางระบบประปาภายในครัวเรือนนั้นสามารถแบ่งออกได้อีกหลายระบบ ผู้ออกแบบระบบประปาจึงต้องใช้ความสามารถและทักษะไม่น้อยเพื่อให้ผู้คนภายในบ้านสามารถใช้น้ำตามส่วนต่าง ๆ ได้อย่างไม่ติดขัด
ถ้าหากเป็นผู้ที่กำลังจะออกแบบสร้างบ้านด้วยตนเอง หรือว่ากำลังจะต่อเติมบ้าน ควรที่จะเรียนรู้เรื่องการ ออกแบบระบบประปา ภายในบ้านกันบ้าง
รู้จักกับระบบประปาภายในครัวเรือน มีกี่ประเภท อะไรบ้าง?
ก่อนจะพูดถึงเรื่องการออกแบบระบบประปา อันดับแรกเรามารู้จักระบบประปาภายในบ้านพักอาศัยกันดีกว่า ซึ่งระบบประปาโดยส่วนใหญ่ จะใช้ 3 ระบบ ดังต่อไปนี้:
ระบบจ่ายน้ำขึ้น (Up feed System)
การออกแบบระบบประปาแบบจ่ายน้ำขึ้น ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก เพราะเป็นระบบที่เหมาะสมกับตัวบ้านพักอาศัย หรืออาคารที่มีความสูงไม่เกิน 4 ชั้น โดยการ ออกแบบระบบประปา แบบนี้ จะเป็นการสูบน้ำจากแทงค์ที่อยู่ด้านล่างหรือใต้ดินขึ้นมาแล้วเพิ่มแรงดันให้สูงขึ้น จนผู้คนที่อยู่บนชั้น 2 ขึ้นไปสามารถใช้ประปาได้อย่างง่ายดาย น้ำไหลแรง ไม่มีแผ่ว และป้องกันการขาดแคลนน้ำในกรณีที่น้ำประปาไม่ไหลได้เป็นอย่างดี
ระบบจ่ายน้ำลง (Down feed System)
การออกแบบระบบประปาแบบจ่ายน้ำลง ซึ่งวิธีจะตรงข้ามกับระบบจ่ายน้ำขึ้น นั่นก็คือเหมาะสมกับตัวอาคารสูง ตึก คอนโด หรือ อพาร์ทเมนต์ ต่าง ๆ โดยมีการออกแบบระบบปาให้มีถังเก็บน้ำขนาดใหญ่อยู่ด้านบนสุดของตัวอาคาร ตัวปั๊มจะสูบน้ำประปาขึ้นมากักเก็บเอาไว้ด้านบน แล้วใช้แรงโน้มถ่วงในการปล่อยน้ำลงมาให้ผู้อยู่อาศัยทุกคน เพียงแต่ว่าคนที่อยู่ชั้นล่างจะได้รับแรงดันน้ำที่ค่อนข้างสูง ทางผู้ ออกแบบระบบประปา จึงจำเป็นต้องติดตั้งตัวลดแรงดันน้ำเพื่อความปลอดภัยให้ผู้อยู่อาศัย รวมถึงคิดคำนึงว่าโครงสร้างของอาคารนั้นสามารถที่จะรับน้ำหนักของถังเก็บน้ำด้านบนได้หรือไม่
ระบบผสม (Up and Down feed Distribution System)
การออกแบบระบบประปาแบบผสม ซึ่งระบบนี้จะมีทั้งการจ่ายน้ำขึ้นและลง โดยระบบนี้จะทำให้การประปาด้านล่างเป็นตัวจ่ายน้ำจากระบบประปาให้ผู้อยู่อาศัย แต่ถ้าหากเกิดเหตุใด ๆ กับการประปา จนไม่สามารถจ่ายน้ำได้ตามปกติ จะกลายเป็นหน้าที่ของระบบประปาด้านบน เพียงแค่เปิดใช้งานถังกักเก็บน้ำก็สามารถที่จะกระจายน้ำให้ผู้อยู่อาศัยได้เป็นการชั่วคราว จนกว่าน้ำจะหมดจากถังกักเก็บ
การออกแบบระบบประปาเอง ทำได้หรือไม่ และต้องคำนึงถึงอะไรบ้าง
หลังจากที่เรียนรู้เรื่องการ ออกแบบระบบประปา 3 ประเภทมา คุณก็คงจะเข้าใจมากขึ้นแล้วใช่หรือไม่ ว่าที่อยู่อาศัยของคุณเหมาะกับระบบประปาแบบไหน ซึ่งการออกแบบระบบประปาภายในบ้านเองก็ไม่ใช่เรื่องยากขนาดที่ทำไม่ได้ เพียงแต่ต้องมีความรู้ในระบบประปาพื้นฐานอยู่บ้าง ส่วนสิ่งที่ต้องคำนึงถึงหากคุณเลือกที่จะออกแบบระบบประปาด้วยตนเอง มีดังต่อไปนี้
อุปกรณ์ที่จำเป็นต่อระบบประปา
- ถังกักเก็บน้ำ : มีไว้สำหรับกักเก็บน้ำประปาที่สูบเข้ามา
- เครื่องสูบน้ำ : มีไว้เพื่อสูบน้ำจากระบบประปาภายนอกเข้ามาภายในบ้าน และหยุดทำงานเมื่อถึงระดับสูงสุดของถังกักเก็บน้ำ
- ท่อจ่ายน้ำ : ซึ่งคนไทยเรียกอย่างชินปากว่าท่อฟ้า หรือท่อพีวีซี มีไว้ในการลำเลียงน้ำประปาไปตามส่วนต่าง ๆ ภายในบ้าน ยิ่งท่อเล็กมากเท่าไร น้ำก็จะยิ่งไหลช้าและน้อยตามขนาดของท่อจ่ายน้ำ
- วาล์วและอุปกรณ์ประกอบ : โดยอุปกรณ์นี้ แม้ว่าหน้าตาและรูปร่างจะแตกต่างกันออกไป แต่โดยหน้าที่หลักก็มีไว้เพื่อหยุดการส่งน้ำ เพื่อป้องกันการรั่วไหล เพื่อซ่อมแซมทำนุบำรุง หรืออื่น ๆ
ปัจจัยสำคัญในการเลือกและติดตั้ง
ข้อควรระวังคือ การต่อปั๊มน้ำกับมิเตอร์หน้าบ้าน โดยตรงถือว่าเป็นเรื่องต้องห้าม ทั้งด้านการ ออกแบบระบบประปา และด้านกฎหมาย ยิ่งหากน้ำจากท่อประปาหลักหยุดไหลก็อาจก่อให้เกิดความเสียหายกับปั๊มน้ำได้เช่นกัน นอกจากนี้ควร เลือกปั๊มน้ำที่มีมอเตอร์เพียงพอต่อคนในบ้าน และ ขนาดถังเก็บน้ำควรเลือกตามความเหมาะสม
| หัวข้อการพิจารณา | เกณฑ์การคำนวณและคำแนะนำ |
|---|---|
| ปริมาณการใช้น้ำต่อคน | โดยทั่วไป คนเราจะใช้น้ำประปาอยู่ที่วันละ 200 ลิตร |
| ขนาดถังเก็บน้ำ (สมาชิก 4 คน) | ควรมีขนาดอย่างน้อย 800 ลิตร (รวมน้ำสำรอง) |
| กำลังปั๊มน้ำ (สมาชิก < 5 คน) | ใช้กำลังเพียง 150 วัตต์ก็เพียงพอ |
| ครอบครัวใหญ่ / บ้าน > 2 ชั้น | จำเป็นต้องใช้ปั๊มน้ำที่มีกำลังมากกว่า 150 วัตต์ |
ทั้งหมดนี้ เป็นเพียง How to เล็ก ๆ ไม่ให้คุณพลาดหรือสร้างความเสียหายต่อบ้านพักอาศัยอย่างไม่รู้ตัว