Foxconn เปิดตัวรถยนต์ไฟฟ้า 3 รุ่นใหม่ สวนทาง ปตท. ที่กำลังเดินหน้าธุรกิจ Hydrocarbon เต็มที่
Foxconn เปิดตัวรถยนต์ไฟฟ้า 3 รุ่นใหม่ ประกอบด้วย Model D และ Model U รวมถึง Model C ที่จัดทำเพื่อเจาะตลาดอเมริกาเหนือโดยเฉพาะ ซึ่งค่อนข้างสวนทางกับพาร์ตเนอร์สำคัญในไทยอย่าง ปตท. ที่กำลังเดินหน้าธุรกิจ Hydrocarbon และยังไม่มีความคืบหน้าในการผลิตรถยนต์ไฟฟ้าในไทย
รายละเอียดรถยนต์ไฟฟ้า 3 รุ่นใหม่จาก Foxconn
Model D เป็นรถยนต์ไฟฟ้าที่บริษัทให้คำจำกัดความว่า LMUV หรือ Lifestyle Multipurpose Utility Vehicle ที่รวมจุดเด่นของ SUV และ MPV ไว้ด้วยกัน มีความยาว 5.2 ม. และฐานล้อ 3.2 ม. ทั้งยังร่วมมือกับ Pininfarina บริษัทออกแบบรถยนต์ชั้นนำจากอิตาลีในการพัฒนาด้วย
Model U เป็นรถยนต์ไฟฟ้าเพื่อการพาณิชย์ในรูปแบบรถบัสขนาดกลาง โดยรถยนต์ไฟฟ้ารุ่นนี้ต่อยอดจาก Model T ที่เป็นรถบัสขนาดใหญ่ โดยรถบัสขนาดกลางออกแบบมาเพื่อใช้งานในเมืองที่มีถนนแคบ และเพื่อให้ขับขี่ง่ายขึ้น Foxconn ได้ติดตั้งระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่ หรือ ADAS เพื่อเพิ่มความปลอดภัย
Model C ออกแบบมาเพื่อเจาะตลาดอเมริกาเหนือโดยเฉพาะ ผ่านการร่วมมือกับพาร์ตเนอร์ในสหรัฐอเมริกา ต่อยอดจาก Model C ที่เริ่มจำหน่ายไปตั้งแต่ปี 2021 โดยรถยนต์ไฟฟ้ารุ่นนี้จะเริ่มขึ้นไลน์ผลิตช่วงปลายปี 2025 และจะมีฟังก์ชัน และการออกแบบที่ตอบโจทย์ลูกค้าในพื้นที่ดังกล่าว
กลยุทธ์และการขยายตัวของ Foxconn ในระดับสากล
ยักษ์ใหญ่ Foxconn เตรียมสร้างโรงงานผลิต Superchip ของ Nvidia ที่ใหญ่ที่สุดในโลกที่เม็กซิโก ซึ่งมีความคืบหน้าต่อเนื่องผ่านการร่วมมือพาร์ตเนอร์ นอกจากนี้ Foxconn ยังมีความโดดเด่นเรื่องการวิจัย และพัฒนา รวมถึงการควบคุมต้นทุน ทำให้การขยายมาบุกตลาดรถยนต์ไฟฟ้าทั้งในจีน และระดับโลก ย่อมสร้างความกังวลให้กับบริษัทต่าง ๆ ไม่มากก็น้อย
ในทางกลับกัน Foxconn ยังเลือกวิธีร่วมมือกับพาร์ตเนอร์ที่สนใจในการช่วยเหลือกันทำตลาด วิธีดังกล่าวย่อมช่วยให้ Foxconn ที่เก่งเรื่องการผลิตสามารถออกไปบุกตลาดได้ง่ายกว่าเดิม โดยเฉพาะการร่วมมือกับพาร์ตเนอร์ในสหรัฐอเมริกาเพื่อบุกตลาดดังกล่าวที่ค่อนข้างกีดกันสินค้าต่าง ๆ จากประเทศจีน
สถานการณ์ความร่วมมือกับ ปตท. ในประเทศไทย
หากมองมาที่ประเทศไทย Foxconn มีพาร์ตเนอร์สำคัญคือ บมจ. ปตท. ผ่านความร่วมมือกับ บริษัท อรุณ พลัส จำกัด เพื่อจัดตั้ง บริษัท ฮอริษอน พลัส จำกัด โดยเมื่อปลายปี 2022 มีการประกาศจัดสร้างโรงงานเพื่อผลิตรถยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทย และจะพร้อมส่งมอบภายในปี 2024 แต่จนถึงตอนนี้ยังไม่มีอะไรคืบหน้าออกมา
จากการสำรวจหน้าเว็บไซต์ของ บมจ. ปตท. และ บริษัท ฮอริษอน พลัส จำกัด ในต้นเดือน ต.ค. 2024 ยังไม่มีข่าวเกี่ยวกับการเปิดตัวรถยนต์ไฟฟ้า หรือข่าวเกี่ยวกับโรงงานดังกล่าวออกมาแต่อย่างใด ในเดือน ส.ค. 2024 คงกระพัน อินทรแจ้ง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ. ปตท. เล่าว่า บริษัทยังคงขับเคลื่อนธุรกิจ Hydrocarbon ซึ่งเป็นธุรกิจหลัก โดยครึ่งแรกของปี 2024 บมจ. ปตท. มีกำไรจากธุรกิจ Hydrocarbon 92% และธุรกิจ Non-Hydrocarbon เพียง 8% เท่านั้น
ภาพรวมตลาดรถยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทย
ในยุคปัจจุบัน รถยนต์ไฟฟ้า EV (Electric Vehicle) ได้เข้ามามีบทบาทมากขึ้น และได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายไปทั่วโลก เนื่องจากใช้มอเตอร์ไฟฟ้าในการขับเคลื่อน จึงไม่มีการปล่อยแก๊สเรือนกระจกที่เป็นหนึ่งในสาเหตุของภาวะโลกร้อน และเป็นรถยนต์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม การเปลี่ยนแปลงของอุตสาหกรรมยานยนต์ในประเทศกำลังค่อยๆ เปลี่ยนถ่ายจากรถยนต์เชื้อเพลิงไปสู่ยานยนต์พลังงานไฟฟ้า
ข้อมูลเปรียบเทียบรถยนต์ไฟฟ้าบางรุ่นที่น่าสนใจ
| รุ่นรถยนต์ | ราคาเริ่มต้น (บาท) | ระยะทางวิ่ง (กม./ชาร์จเต็ม) | การชาร์จด่วน (0-80%) |
|---|---|---|---|
| BYD Atto 3 (Extended Range) | 1,199,900 | 510 | 40 นาที |
| Neta V | 549,000 | 320 | 30 นาที (30-80%) |
| ORA Good Cat (400 PRO) | 828,500 | 400 | 32 นาที (30-80%) |
| MG4 Electric (รุ่น D) | 869,000 | 425 | 35 นาที (10-80%) |
| Tesla Model Y (Rear-Wheel Drive) | 1,959,000 | 455 | 170 kW (DC) |
10 รถยนต์ไฟฟ้าขายดีสุดในไทย
- BYD Atto 3: มียอดขายรวม 11,167 คัน ในช่วง 6 เดือนแรก
- Neta V: ทำยอดขาย 5,955 คัน ด้วยจุดเด่นเรื่องราคาที่เข้าถึงง่าย
- Tesla Model Y: ทำตัวเลขยอดขาย 6 เดือนแรกในปี 2566 ที่ 3,638 คัน
- ORA Good Cat: ยอดขาย 6 เดือนแรกทำได้ 2,471 คัน
- MG4 Electric: มียอดขายอยู่ที่ 1,848 คัน
- MG ES: มอเตอร์ไฟฟ้าขนาด 170 แรงม้า
- BMW iX3: ครอสโอเวอร์ไฟฟ้าล้วนนำเข้าจากจีน
- Volvo XC40 Recharge: รถ SUV ที่แรงด้วยอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม เพียง 4.9 วินาที
- BYD Dolphin: รถแฮตช์แบ็ก 5 ประตูคันจิ๋วแต่แจ๋ว
- รุ่นอื่นๆ จากแบรนด์ชั้นนำ: เช่น GWM, MG, CHANGAN และ NETA
ความแตกต่างที่ชัดเจนคือระบบขับเคลื่อนไฟฟ้ามีชิ้นส่วนที่เคลื่อนไหวได้น้อยกว่าระบบขับเคลื่อนทั่วไปสำหรับรถยนต์เครื่องยนต์สันดาปภายใน (ICE) มาก โดยมอเตอร์ไฟฟ้าโดยทั่วไปมีเพียง 2 ชิ้น ในขณะที่เครื่องยนต์ ICE มีชิ้นส่วนที่เคลื่อนไหวหลายร้อยชิ้น ความซับซ้อนที่ลดลงนี้ส่งผลต่อต้นทุนในการบำรุงรักษาในระยะยาว