วิธีเปลี่ยนพื้นไม้ลามิเนตบวม ให้กลับมาสวยงาม พร้อมเทคนิคการเลือกใช้งานให้คงทน
พื้นไม้ลามิเนต คือวัสดุปูพื้นที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก ทำมาจากวัสดุสังเคราะห์ ที่มีการเลียนแบบลายไม้ ให้มีลักษณะคล้ายไม้จริง พร้อมนำเอาคุณสมบัติที่ดีของไม้จริงมาผสมผสานกับคุณสมบัติที่ดีของวัสดุสังเคราะห์ เช่น การทนทานต่อรอยขีดข่วน และการทำความสะอาดง่าย นอกจากนี้ พื้นไม้ลามิเนตยังมีให้เลือกหลายขนาด หลายรูปแบบ ที่สำคัญมีราคาประหยัดกว่าไม้จริง รวมไปถึงการติดตั้งง่าย ใช้เวลาในการติดตั้งไม่นาน ทำให้เหมาะสำหรับใช้ในพื้นที่ต่าง ๆ แต่ถึงอย่างไรก็ตามพื้นไม้ลามิเนตยังคงมีอีกหนึ่งปัญหาที่สามารถพบเจอได้บ่อย นั้นก็คือการบวมของพื้นไม้ลามิเนตนั่นเอง
สาเหตุที่ทำให้พื้นไม้ลามิเนตบวม
- พื้นไม้ลามิเนตมีความชื้น: เป็นสาเหตุหลักที่ทำให้พื้นไม้ลามิเนตบวม ซึ่งอาจเกิดความชื้นจากพื้นดิน ความชื้นในอากาศ หรือการรั่วซึมจากท่อน้ำภายในบ้าน
- การติดตั้งพื้นไม้ลามิเนตไม่ถูกวิธี: เช่น ไม่เว้นช่องว่างระหว่างผนังกับพื้น หรือไม่ใช้แผ่นรองพื้นที่เหมาะสม ก็เป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดปัญหาพื้นไม้ลามิเนตบวมได้
- คุณภาพของวัสดุที่ผลิตพื้นไม้ลามิเนต: พื้นไม้ลามิเนตที่มีคุณภาพต่ำ อาจมีความทนทานต่อความชื้นน้อย ทำให้เกิดการบวมได้ง่าย
- การทำความสะอาดพื้นไม้ลามิเนตไม่ถูกวิธี: การใช้สารเคมีทำความสะอาดที่รุนแรง หรือการขัดถูพื้นแรงเกินไป อาจทำให้ชั้นเคลือบผิวเสียหาย และทำให้ความชื้นซึมเข้าไปในแผ่นพื้นไม้ลามิเนตได้
วิธีการเปลี่ยนพื้นไม้ลามิเนตด้วยตัวเอง
- เลือกซื้อพื้นไม้ลามิเนตให้ตรงกับของเดิมที่มีอยู่: ควรจดชื่อยี่ห้อ รุ่น ขนาดไว้ตั้งแต่การติดตั้งครั้งแรก เวลาไปตามหาซื้อจะได้ไม่ยุ่งยาก หรือเลือกจากสีที่ใกล้เคียงของเดิมก็ได้
- เลาะบัวออกจากผนัง: ตรงจุดที่ต้องการเปลี่ยนพื้นไม้ลามิเนต โดยใช้คัทเตอร์กรีดนำลงไปตรงช่องว่างระหว่างบัวกับผนัง แล้วค่อย ๆ ทำการเลาะบัวออกมา
- เลาะพื้นไม้ลามิเนตของเดิมออกมาทีละแผ่น: จนครอบคลุมบริเวณที่ต้องการจะเปลี่ยนทั้งหมด แล้วทำความสะอาดพื้นที่ให้เรียบร้อย ไม่ให้มีเศษฝุ่นหลงเหลืออยู่
- ตัดแผ่นใหม่ให้ได้ขนาด: นำพื้นไม้ลามิเนตของเดิมไปทาบกับพื้นไม้ลามิเนตของใหม่ วัดขนาดให้เท่ากัน หลังจากนั้นให้ตัดออกเป็นชิ้น ๆ ด้วยเลื่อยจิ๊กซอร์ หรือเลื่อยวงเดือน
- ทดลองวาง: นำพื้นไม้ลามิเนตที่ตัดเสร็จแล้ว ไปทดลองวางลงบนพื้นที่เลาะออกมา ตรวจสอบดูว่าวางได้พอดีหรือไม่
- ประกอบพื้นไม้ลามิเนตใหม่: ประกอบทีละแผ่นตามร่องตามลิ้นของพื้นไม้ ใส่ทีละชิ้นจากล่างขึ้นบนจนไปสุดที่กำแพง สามารถใช้ค้อนยางตอกระหว่างรอยต่อเพื่อให้การติดตั้งมีความคงทนมากยิ่งขึ้น
- ติดตั้งบัวกลับที่เดิม: โดยใช้กาวตะปูเป็นตัวเชื่อมระหว่างบัวและผนัง
- ทำความสะอาด: รอให้กาวตะปูแห้ง แล้วทำความสะอาดพื้นที่ให้เรียบร้อย แค่นี้ก็จะได้พื้นไม้ลามิเนตที่มีความสวยงามเหมือนใหม่อีกครั้ง
รู้จักค่า AC เพื่อการเลือกพื้นไม้ลามิเนตที่เหมาะสม
ค่า AC ย่อมาจาก Abrasion Class คือค่ามาตรฐานสากลที่ใช้ในการวัดความทนทานต่อรอยขีดข่วนของพื้นไม้ลามิเนต วัดความต้านทานต่อการสึกกร่อน แรงกระแทก และคราบสกปรก ยิ่งค่า AC สูงเท่าไหร่ ก็แสดงว่าพื้นไม้ลามิเนตนั้นมีความทนทานต่อรอยขีดข่วน รอยบุบ และการเสียดสีได้มากขึ้นเท่านั้น โดยค่า AC จะมีระดับการใช้งานที่แตกต่างกันดังนี้:
| ระดับค่า AC | ความทนทาน | พื้นที่การใช้งานที่แนะนำ |
|---|---|---|
| AC1 | ระดับต่ำ | ห้องนอน, ห้องแต่งตัว, ห้องรับประทานอาหารที่มีคนเดินผ่านน้อย |
| AC2 | ระดับปานกลาง | พื้นที่ทั่วไปในบ้าน เช่น ห้องนั่งเล่น, ห้องรับประทานอาหาร |
| AC3 | ระดับสูง | ห้องครัว, ห้องทำงาน, บันได และทางเดินบ้านที่มีคนเดินผ่านมาก |
| AC4 | ระดับสูงมาก | งานเชิงพาณิชย์ขนาดกลาง, ร้านค้า, สำนักงาน, ห้องโถง |
| AC5 | ระดับสูงสุด | ห้างสรรพสินค้า, โรงแรม, โรงงาน, โชว์รูมที่มีผู้คนเดินผ่านจำนวนมาก |
ข้อดีและข้อควรระวังของวัสดุปูพื้นยอดนิยม
วัสดุปูพื้นแต่ละประเภทมีคุณสมบัติที่แตกต่างกันออกไป จึงต้องเลือกซื้อให้ตรงกับความต้องการในการใช้งาน ดังนี้:
- พื้นไม้จริง: มีความแข็งแรงทนทานสูง ให้ความสวยงามเป็นธรรมชาติ แต่ราคาสูงและเสี่ยงต่อปลวกหรือแมลงกัดกินเนื้อไม้
- พื้นไม้ลามิเนต: น้ำหนักเบา ติดตั้งง่าย ให้ผิวสัมผัสเหมือนไม้จริง แต่ไม่ทนต่อความชื้นและเสี่ยงต่อการบวม
- กระเบื้องยาง (PVC): ติดตั้งง่าย ทนทานต่อรอยขีดข่วน ช่วยลดการลื่น แต่ต้องระวังการหดตัวหรือขยายตัวเมื่อโดนความชื้นสูง
- หินอ่อน: หรูหรา ลวดลายสวยงาม ระบายความร้อนได้ดี แต่ราคาสูงและไม่ทนต่อแรงขีดข่วน