Haus 18 บ้านโมเดิร์นที่ซ้อนทับแต่ไม่ซับซ้อน ด้วยการออกแบบที่ผสานความเข้าใจของผู้อยู่อาศัยและบริบท
ในการออกแบบบ้านสักหนึ่งหลัง เบื้องหลังของรูปลักษณ์ทั้งภายในและภายนอกของบ้าน มักมีเรื่องราวของผู้อยู่อาศัยซ่อนไว้เสมอ ไม่ว่าจะเป็นความชื่นชอบ หลงใหล ไลฟ์สไตล์ หรือวิถีชีวิต จึงกล่าวได้ว่าการออกแบบบ้านคือการแปลงชีวิตของผู้อยู่อาศัยให้อยู่ในรูปบริบทของงานสถาปัตยกรรม เช่นเดียวกับบ้าน Haus 18 หลังนี้ที่ถูกออกแบบในสไตล์โมเดิร์นรูปทรงกล่องตามที่เจ้าของชื่นชอบ แต่สิ่งที่ทำให้บ้านหลังนี้พิเศษมากขึ้นกว่าเดิม คือการผสานธรรมชาติผ่านการออกแบบภูมิทัศน์ที่สะท้อนภูมิศาสตร์ของเชียงราย ซึ่งเป็นที่ตั้งและถิ่นฐานเดิมของเจ้าของออกมาได้อย่างน่าสนใจ โดยมีคุณกัญญ์ณณัฐ บำรุงธรรม และทีมสถาปนิกจากสำนักงานสถาปนิกแปลงกายร่วมกันออกแบบ
| หัวข้อ | รายละเอียด |
| Location | เชียงราย |
| Architect | สำนักงานสถาปนิกแปลงกาย |
| Principle Architect | กัญญ์ณณัฐ บำรุงธรรม |
| Design Team | นิยะดา สุภาวรรณ์/ ณิชาภา วะยาคำ/ อัญชลี ธนพัฒน์โกศล/ ภาคิณ สายสมบัติ |
| เนื้อที่ | กว่า 100 ตารางวา |
| โครงสร้าง | Post Tension (ระบบพื้นไร้คาน) |
รูปทรงซ้อนทับบนความต้องการที่ไม่ซับซ้อน
บนเนื้อที่กว่า 100 ตารางวา ในจังหวัดเชียงราย ซึ่งเจ้าของบ้านต้องการสร้างบ้านหลังใหม่สำหรับสมาชิกในครอบครัวทั้งหมด 4 คน โดยมีโจทย์ว่าต้องการบ้านสองชั้นสไตล์โมเดิร์นรูปทรงกล่องสี่เหลี่ยม เรียบง่ายไม่ซับซ้อน แต่ในขณะเดียวกันก็อยากให้บ้านที่เหมาะสมกับสภาพภูมิประเทศร้อนชื้นของบ้านเราด้วย สถาปนิกเริ่มต้นออกแบบวางตำแหน่งบ้านค่อนไปทางด้านหลังของที่ดินเพื่อสร้างความเป็นส่วนตัวให้มากขึ้น รูปทรงอาคารเป็นกล่องรูปตัว T ที่ซ้อนทับกัน โดยมีการการยืดหดฟอร์มของกล่องลงในบางจุดและเพิ่มชายคาออกมาเล็กน้อย เพื่อลดภาพความเทอะทะของบ้าน พร้อมทั้งกันแดดและฝนตามสภาพแวดล้อมอย่างที่ควรจะเป็น
แปลนภายในของบ้านเป็นรูปตัว T เช่นเดียวกัน มีฟังก์ชันพื้นฐานของบ้านอย่างครบถ้วน โดยออกแบบให้ตำแหน่งของห้องรับแขกเป็นจุดศุนย์กลางเชื่อมต่อไปยังฟังก์ชันอื่นๆภายในบ้าน ไม่ว่าจะเป็นห้องรับประทานอาหาร ห้องครัว ห้องทำงาน และพื้นที่ปาร์ตี้เล็กๆหลังบ้าน ส่วนฟังก์ชันที่มีความเป็นส่วนตัวอย่างห้องนอน ห้องนั่งเล่นถูกออกแบบให้อยู่ชั้นสองทั้งหมด
โครงสร้าง ‘Post Tension’ เพื่อความอยู่สบาย
สถาปนิกให้ความสำคัญกับผู้อยู่อาศัยเป็นอันดับแรก เนื่องจากว่าเจ้าของเป็นนักธุรกิจที่เคยใช้เวลาส่วนใหญ่อยู่ในโฮมออฟฟิศที่เป็นอาคารพาณิชย์ ซึ่งอึดอัดและขาดความเป็นส่วนตัว คำว่า “Cozy” หรือว่าอยู่สบาย น่าจะเป็นคีย์เวิร์ดหลักที่นำมาใช้ออกแบบบ้านหลังนี้ สำหรับการออกแบบโครงสร้าง สถาปนิกจึงเลือกใช้ระบบ Post Tension หรือระบบพื้นไร้คาน เพราะท้องพื้นเรียบไม่มีคานมากีดขวางงานระบบ ทำให้ระดับ Floor to Floor มีความสูงมากกว่าระบบเสาและคานปกติ รวมถึงสามารถออกแบบระยะห่างระหว่างเสาได้มากขึ้น โดยบ้านหลังนี้พื้นที่ภายในถูกออกแบบให้ไม่มีเสาคานเลย ทำให้พื้นที่ดูกว้างมากขึ้น และสามารถวางเฟอร์นิเจอร์ได้ตามความต้องการอย่างเต็มที่
ดีไซน์เส้นสายและการตกแต่งภายใน
เพื่อให้เพิ่มเติมความเรียบง่ายและรวมเส้นสายสถาปัตยกรรมให้เป็นหนึ่งเดียว ประตูและหน้าต่างถูกดีไซน์ให้มีขนาดใหญ่เป็นพิเศษ เพื่อให้ดูกลมกลืนขนานไปกับผนังและเปิดรับแสงจากภายนอกเข้ามาได้อย่างเต็มที่ นอกจากนี้แล้วประตูบางส่วนภายในบ้านอย่างประตูที่กั้นระหว่างห้องรับแขกและห้องรับประทานอาหาร หรือแม้แต่ประตูห้องทำงาน ยังถูกออกแบบให้ทำหน้าเป็นกำแพงไปในตัวด้วย
การตกแต่งภายในมีความโมเดิร์นเรียบง่ายเน้นสีขาวสบายตา เพิ่มเติมบรรยากาศสุดอบอุ่นด้วยไม้ในโทนสีอ่อน ซึ่งเป็นรูปแบบที่เจ้าของบ้านชื่นชอบ รวมถึงพื้นที่ภายนอกที่เราเห็นได้จากฝ้า และฟาสาดอันโดดเด่น โดยมีการเลือกใช้ทั้งไม้จริงและไม้เทียม ตามความเหมาะสมกับแต่ละพื้นที่ เพื่อแสดงถึงความเป็น Tropical Architecture
ความสัมพันธ์ของสภาพภูมิอากาศและการออกแบบ
สถาปนิกเลือกออกแบบ Double skin หรือผนังภายนอกอาคารสองชั้นที่เว้นระยะออกจากห่างจากกันเล็กน้อย โดยผนังภายในเป็นแผงกระจกใหญ่ ส่วนภายนอกเป็นระแนงไม้ที่สามารถเลื่อนเปิด-ปิดได้ตามต้องการ นอกจากจะออกแบบให้เหมาะสมกับทิศทางแดด ลม ฝน สภาพภูมิอากาศเขตร้อนอย่างประเทศไทยแล้ว ผนังชั้นนอกก็ช่วยกรองความร้อนจากแสงแดด อากาศยังถ่ายเทได้ปลอดโปร่ง และสร้างความเป็นส่วนตัว รวมถึงสร้างเอฟเฟคของแสงเงาที่แตกต่างกันไปในแต่ละช่วงเวลาของวันอีกด้วย
ด้วยความที่หลังคาบ้านเป็น Flat Slab ทำให้ได้รับความร้อนจากแสงอาทิตย์โดยตรง สถาปนิกจึงออกแบบช่องระบายอากาศและความร้อนในส่วนของใต้หลังคา เมื่อลมพัดผ่านเข้ามาทางทิศตะวันตกของบ้านสามารถพัดพาความร้อนใต้หลังคาออกทางช่องระบายอากาศทิศเหนือได้ ส่วนวัสดุอื่นๆที่เข้ามาเป็นองค์ประกอบเพิ่มเติมของบ้านหลังนี้ นั่นคือ ‘เหล็ก’ ที่ช่วยตีกรอบรอบ Façade ในชั้นสองและชายคาด้านหน้าบ้าน เพื่อเน้นขอบเขตของตัวบ้านให้ชัดเจนและน่าสนใจมากยิ่งขึ้น
Landscape กับความหมายของพื้นที่
สำหรับการจัดสรรพื้นที่รอบๆบ้านให้กลายเป็นภูมิทัศน์อันแสนรื่นรมย์นั้น สถาปนิกได้หยิบนำแนวคิดจากคอนทัวร์ภูเขา ซึ่งเป็นภูมิศาสตร์ที่โดดเด่นของเชียงรายมาใช้ในการออกแบบ ไม่ว่าจะเป็นการเล่นระดับของพื้นที่ภายนอก เพื่อสะท้อนถึงวิถีชีวิตและถิ่นฐานเดิมของผู้อยู่อาศัยผ่านงานสถาปัตยกรรมที่ลงตัว