แบบบ้านประหยัดพลังงาน ดีไซน์สวย อยู่สบาย แถมยังรักษ์โลก
แบบบ้านประหยัดพลังงาน ที่นำมาให้ชมกันนี้ มีแนวคิดในการออกแบบที่เน้นลดการนำความร้อนเข้าสู่ตัวบ้าน เปิดรับลมที่ช่วยให้ภายในบ้านเกิดภาวะน่าสบาย บางหลังก็เลือกใช้พลังงานสะอาดที่ไม่ทำร้ายสิ่งแวดล้อม โดยมีการจัดวางแนวอาคาร และการออกแบบผนังอาคารที่เน้นให้มีค่าสัมประสิทธิ์การบดบังเงา (Shading Coefficient : SC) มากขึ้น
แนวคิดการออกแบบอาคารเพื่อสภาวะน่าสบาย
ในพื้นที่ที่มีแดดแรง อากาศร้อนอบอ้าว อุณหภูมินอกร่มกับในร่มมีความแตกต่างกันอย่างชัดเจน ผู้ออกแบบจึงเน้น การเพิ่มแผงบังแดด (Shading Device) และการเพิ่มเปลือกอาคารอีกชั้น หรือการทำผนังสองชั้น (Double Skin) ในด้านที่ได้รับแสงแดดมาก ทำให้อาคารมีคุณสมบัติในการบดบังแสงแดด การป้องกันการแผ่รังสีความร้อน การลดแสงตกกระทบ และลดการนำความร้อนที่เกิดขึ้นกับผนังอาคารโดยตรง
นอกจากนี้ การทำผนังสองชั้นแล้วเว้นช่องอากาศไว้ตรงกลางราว 30-40 เซนมิเมตร จะช่วยเป็นตัวป้องกันความร้อนและรักษาอุณหภูมิในบ้านให้คงที่ ส่วนหลังคาก็มีการออกแบบโครงสร้างให้รองรับการติดตั้งระบบโซลาร์เซลล์เพื่อนำมาใช้เป็นพลังงานสะอาดภายในบ้าน
กรณีศึกษาและไอเดียจากบ้านประหยัดพลังงาน
- บ้านกล่องของขวัญ: มีการทำแบบจำลองสามมิติเพื่อทดลองการจัดวางตำแหน่งและกำหนดขนาดแผงบังแดดที่เหมาะสม ทำให้อาคารได้รับแสงสว่างและอุณหภูมิในพื้นที่อยู่อาศัยระหว่างวันที่เหมาะสม
- บ้านสีขาวประหยัดพลังงาน: ออกแบบเป็นบ้านรูปทรงตัวยู (U) ที่มีคอร์ตต้นไม้อยู่ตรงกลาง เน้นมุมมองเปิดโล่งโปร่งตา เปิดช่องให้ลมไหลสู่ตัวอาคารจากทิศตะวันตกเฉียงใต้ และติดตั้งระบบโซลาร์เซลล์เพื่อนำมาใช้เป็นพลังงาน
- บ้านที่ดีจากภายใน: ใช้กระจกแผ่รังสีต่ำ ทำให้ป้องกันความร้อนและกักเก็บความเย็นไว้ในตัวบ้านได้ดี และใช้ต้นไม้ใหญ่ในพื้นที่ซึ่งช่วยลดอุณหภูมิของบ้านได้อย่างน้อย 2-3 องศาเซลเซียส
ไขข้อสงสัยและข้อเท็จจริงเรื่องบ้านประหยัดพลังงาน
มาดูเรื่องที่เราเข้าใจว่าทำให้บ้านประหยัดพลังงานมากขึ้น แต่นั่นอาจไม่ใช่สิ่งที่ถูกต้องทั้งหมด:
1. การใช้กระจกกันความร้อน: การใช้กระจกกันความร้อนอาจไม่ได้ช่วยประหยัดพลังงานหรือลดความร้อนได้ดีเท่ากับการใช้กระจกธรรมดาร่วมกับแผงบังแดด การป้องกันที่ต้นเหตุคือการทำชายคาหรือแผงบังแดดเพื่อป้องกันแสงแดดไม่ให้โดนผนังกระจกโดยตรงถือว่าดีที่สุด
2. การนำแสงธรรมชาติเข้าบ้าน: แสงธรรมชาติที่เข้ามาในบ้านควรเป็นแสงสว่างธรรมชาติ (Daylight) ที่ไม่ใช่แสงแดด (Sunlight) ที่กระทบโดยตรง เพราะแสงแดดจะมาพร้อมกับความร้อนเสมอ การทำยื่นชายคาบ้านออกมาบังช่องแสงจะช่วยป้องกันแสงแดดไม่ให้ส่องเข้าบ้านโดยตรง
3. การติดฉนวนกันความร้อน: แม้จะช่วยลดการถ่ายเทความร้อนได้ดี แต่ฉนวนจะป้องกันความร้อนได้อย่างเต็มที่ก็ต่อเมื่อภายในห้องนั้นเป็นพื้นที่ปิดทั้งหมด ควรใช้ฉนวนกันความร้อนร่วมกับการระบายความร้อนสะสมในบ้านด้วยวิธีต่างๆ เช่น การแง้มหน้าต่างหรือติดระบบระบายอากาศ
โซลูชันนวัตกรรมเพื่อบ้านยุคใหม่
ปัจจุบันมีนวัตกรรมที่ช่วยให้บ้านประหยัดพลังงานและอยู่สบายมากขึ้น ดังนี้:
- Solar Roof Solutions: ระบบหลังคาโซลาร์ที่ช่วยประหยัดค่าไฟให้บ้านได้สูงสุดถึง 60% เหมาะสำหรับบ้านที่มีการใช้ไฟฟ้าเกือบตลอดทั้งวัน
- Active AIRflow™ System: ระบบถ่ายเทและระบายอากาศที่ช่วยเร่งการระบายอากาศร้อนสะสมออกสู่นอกตัวบ้าน ทำให้บ้านเย็นลง 2-5 องศา และลดการใช้พลังงานจากเครื่องปรับอากาศลงได้เฉลี่ยอย่างน้อย 10%
ข้อมูลสรุปประสิทธิภาพของโซลูชันประหยัดพลังงาน
จากข้อมูลข้างต้น สามารถสรุปความคุ้มค่าของแต่ละโซลูชันได้ดังนี้:
- ติดตั้งระบบ Solar Roof: ประหยัดค่าไฟได้สูงสุด 60%
- ติดตั้งระบบ Active AIRflow™: ลดอุณหภูมิบ้าน 2-5 องศา และลดการใช้ไฟแอร์ 10%
- การปลูกต้นไม้ใหญ่รอบบ้าน: ลดอุณหภูมิของบ้านได้ 2-3 องศาเซลเซียส
- การใช้ฉนวนกันความร้อนหนา 20 ซม.: ป้องกันความร้อนและกักเก็บความเย็นได้อย่างมีประสิทธิภาพ