คู่มือและข้อควรระวังในการติดตั้งถังบำบัดน้ำเสียเพื่อการใช้งานที่ยาวนาน
ถังบำบัดน้ำเสีย หรือที่หลายๆ คนคุ้นหูกับคำว่า ถังแซท เป็นสิ่งที่จะช่วยให้น้ำที่ผ่านการใช้งานในบ้านหรือองค์กรของคุณออกสู่สาธารณะนั้นสะอาดขึ้นซึ่งเป็นการช่วยอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมดีทางหนึ่งเลย การเลือกซื้อถังบำบัดสักใบรวมถึงขั้นตอนการติดตั้งนั้นก็คงไม่ใช่เรื่องยากสักเท่าไหร่ แต่ว่าสิ่งที่ควรระวังระหว่างการติดตั้งนั้นเป็นอีกเรื่องหนึ่งที่ควรรู้ไว้เพราะจะทำให้ถังนั้นไม่เกิดการชำรุดตั้งแต่ยังติดตั้งไม่เสร็จ และลดปัญหาในระหว่างการติดตั้งถังอีกด้วย
3 ข้อควรระวังสำคัญในการติดตั้งถังบำบัดน้ำเสีย
โดยข้อควรระวังในการติดตั้ง ถังบำบัดน้ำเสีย และการใช้งานที่เหมาะสม มีด้วยกัน 3 ข้อ ดังนี้
- 1. ระมัดระวังการยกถังบำบัดให้ถูกวิธี: กรณีต้องการนำถังบำบัดลงจากรถควรมีคนประคองถัง 2 คน หรือกรณีคนเดียวให้ใช้วัสดุรองรับก้นถังเพื่อป้องกันการกระแทกเข้าที่มุมก้นถัง เช่นการใช้ยางรถ หรือ โฟมหนา เพื่อป้องกันถังเกิดรอยร้าวหรือแตกได้ขณะขนย้าย และห้ามใช้มือยกหิ้วบริเวณทางน้ำเข้าและน้ำออกของถังโดยเด็ดขาด
- 2. การทำ Balance-Pressure ขณะติดตั้ง: เมื่อเราติดตั้งถังบำบัด ขณะที่ฝังกลบดินหรือทรายบริเวณรอบถัง จำเป็นต้องเติมน้ำเพื่อรักษาสมดุลของแรงดัน วิธีที่แนะนำคือ ให้เติมน้ำในถัง สลับกับการกลบทรายหยาบพร้อมรดน้ำให้ชุ่มภายนอกถัง ทุกๆ ระดับ 50 เซนติเมตรจนเต็มถัง และระวังเศษหินหรือวัสดุมีคมปะปนในทรายหยาบ
- 3. การรักษาระดับน้ำภายในถัง: ต้องรักษาระดับน้ำในถังให้ได้อย่างน้อย 2/3 ส่วนเพื่อรักษาความสมดุลแรงดัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเวลาหน้าฝน ระดับน้ำในดินจะสูงมากซึ่งจะทำให้มีแรงดันสูงมากภายรอบนอกมหาศาล หากไม่มีน้ำในถังเลยย่อมทำให้เกิดความเสียหายต่อตัวถังหรือเกิดปัญหาถังยุบได้
การเลือกขนาดถังบำบัดให้เหมาะสม
ผู้ใช้ควรเลือกขนาดถังที่เหมาะสมกับการใช้งาน เพื่อประสิทธิภาพที่ดีในการบำบัดและช่วยลดปัญหาที่ต้องดูดกากตะกอนบ่อย การคำนวณขนาดที่เหมาะสมคร่าวๆ ทำได้โดยการนำจำนวนผู้อยู่อาศัยคูณกับปริมาณน้ำเสีย จากนั้นคูณกับระยะเวลาที่ใช้ในการบำบัด
| ประเภท/จำนวนผู้ใช้งาน | ขนาดถังที่แนะนำ (ลิตร) |
|---|---|
| บ้านพักอาศัย (ตัวอย่าง 5 คน) | 1600 ลิตร |
| ขนาดมาตรฐานอื่นๆ | 600, 800, 1000, 1200, 2000 ลิตร |
ขั้นตอนการติดตั้งที่ถูกต้อง
เพื่อให้ถังบำบัดอยู่คู่บ้านได้อย่างยาวนาน ควรปฏิบัติตามขั้นตอนดังนี้:
1. การเตรียมหลุมและฐานราก
การขุดหลุมจะคำนวณความลึกเท่ากับ ความสูงของถัง บวกกับคอนกรีตสำเร็จรูป 10 cm และทรายหยาบ 5 cm จากนั้นทำฐานรองให้ผิวเรียบแข็งแรงและได้ระดับ วัดระนาบด้วยเครื่องวัดระดับน้ำให้ตรงเป๊ะ และขนาดฐานต้องใหญ่กว่าก้นถัง
2. การวางแนวท่อและอุปกรณ์เสริม
ตรวจแนวท่อจากตัวบ้าน ระยะ Slope 1 ม. : 1 ซม. และปลายท่อน้ำออกควรสูงกว่าท่อระบายน้ำทิ้งสาธารณะไม่น้อยกว่า 15-30 ซม. เพื่อป้องกันการไหลย้อนกลับ ควรต่อท่อน้ำเข้า-ออกด้วย ข้อต่ออ่อนยางธรรมชาติ (WAVE FLEXIBLE JOINT) พร้อมสายรัดสแตนเลส เพื่อลดปัญหากรณีมีการทรุดตัวของพื้นที่ในอนาคต
3. ประเภทของถังบำบัดน้ำเสีย
- ถังบำบัดน้ำเสียแบบเติมอากาศ: มีการติดตั้งปั๊มเพื่อเติมอากาศ ทำให้มีกลิ่นน้อยกว่า โดยหัวเชื้อจุลินทรีย์จะทำงานได้ดีกว่า
- ถังบำบัดน้ำเสียแบบไม่เติมอากาศ: เป็นถังชนิดที่ไม่มีการเติมอากาศเข้าไป มีราคาประหยัดกว่า
4. การเก็บงานส่วนปากถัง
กรณีติดตั้งปากระดับดิน ให้เทคอนกรีตเสริมเหล็กเพื่อเป็นการรัดปากถัง โดยฝังวงแหวนรองรับปากถังไว้ และควรต่อท่ออากาศรูปแบบตัว (T) ขึ้นมาเหนือพื้นเพื่อระบายกลิ่นและไม่ให้น้ำเข้าเวลาฝนตก