วิธีคำนวณพื้นที่ใช้สอยบ้านและการเตรียมตัวก่อนสร้างบ้านด้วยเอกสาร BOQ
หลายคนที่กำลังจะซื้อบ้าน คงสงสัยกันใช่ไหมคะว่า พื้นที่ใช้สอย วัดจากอะไร? สำคัญอย่างไรกับการซื้อบ้าน? บอกไว้ก่อนเลยว่ามันคือหน่วยวัดขนาดสิ่งก่อสร้างแบบสากลของบ้านเราเลยค่ะ ถ้าเป็นคนที่วางแผนจะสร้างบ้านบนที่ดินของตัวเอง หรือมีบ้านแล้วต้องการต่อเติมหรือตกแต่ง ขนาดพื้นที่ใช้สอย ยิ่งมีความสำคัญเลยค่ะ เพราะนี่คือตัวเลขที่ผู้รับเหมาจะยึดเป็นเกณฑ์ในการตีราคา ให้เราได้รู้งบประมาณ รวมถึงเปรียบเทียบได้ว่าผู้รับเหมารายไหนเสนอราคามาคุ้มค่ากับเรามากกว่ากัน
หลักการคิดพื้นที่ใช้สอยในบ้าน
สูตรคำนวณพื้นที่ใช้สอยนั้นไม่ซับซ้อนเลยค่ะ เพียงแค่นำ ความกว้าง x ความลึก ตัวอย่างเช่น หากอาคารกว้าง 7.5 ม. ยาว 17.5 ม. พื้นที่ใช้สอยต่อชั้นคือการนำตัวเลขมาคูณกัน สำหรับการคำนวณที่แม่นยำ คุณควรทราบว่าส่วนไหนของบ้านที่นำมาคำนวณบ้าง ดังนี้:
| รายการพื้นที่ | การนับรวมเป็นพื้นที่ใช้สอย |
| พื้นที่ภายในตัวบ้าน, ชั้นลอยในบ้าน, ระเบียงบ้าน | นำมาคำนวณ |
| พื้นที่จอดรถและพื้นที่ซักล้าง (เฉพาะส่วนที่อยู่ใต้หลังคา) | นำมาคำนวณ |
| ที่จอดรถนอกหลังคา, ลานซักล้างนอกหลังคา | ไม่นับรวม |
| หลังคาบ้าน | ไม่นับรวม |
ทำความรู้จักกับใบ BOQ (Bill of Quantity)
สำหรับการตรวจสอบและเปรียบเทียบราคาค่าก่อสร้างที่แม่นยำถูกหลักการประเมิน ควรมีการถอดแบบแยกรายการต่างๆ ที่ต้องทำการก่อสร้างให้อยู่ในรูปของ เอกสารเสนอราคา หรือที่เรียกกันว่า BOQ (Bill of Quantity) ซึ่งบริษัทผู้รับเหมาก่อสร้าง หรือบริษัทสถาปนิกที่ได้มาตรฐานส่วนใหญ่จะมีการทำเอกสารนี้มาให้เราได้พิจารณาตัดสินใจ
ก่อนจะตกลงจ้างใครมาสร้างบ้านให้ ต้องอย่ามองข้ามการขอเอกสารเสนอราคา และควรมีบริษัทเป็นตัวเลือกให้เราได้เปรียบเทียบอย่างน้อย 2 - 3 เจ้าด้วยนะคะ เพื่อให้เราได้ราคาที่ตรงตามงบประมาณที่สุด แถมยังเป็นจุดสังเกตที่ดีเลยว่าบริษัทนั้นๆ มีความละเอียดในการทำงานและประสานงานกับเราอย่างดีแค่ไหน
ข้อควรรู้เกี่ยวกับวัสดุและการตรวจสอบราคา
ในการพิจารณารายการวัสดุ และราคาก่อสร้างบ้านว่าสมเหตุสมผลเป็นไปได้จริงไหม คุณควรตรวจสอบรายละเอียดวัสดุแต่ละอย่าง ดังนี้:
- ควรต้องระบุยี่ห้อและเกรดของวัสดุแต่ละอย่างโดยละเอียด เพราะผู้รับเหมามักใช้ของราคาถูกเพื่อลดต้นทุน
- สีทาบ้าน: ควรเลือกเกรด A เช่น Dulux Easy care plus สำหรับภายใน หรือ Dulux Weathersheild Powerflexx สำหรับภายนอก
- งานปูน: ปูนโครงสร้างสำเร็จรูปและปูนฉาบผนังควรใช้ตราช้าง ของ SCG และปูนกาวทากระเบื้องควรใช้ตราจระเข้สีแดงเพื่อให้ติดทนนาน
- ระบบไฟฟ้า: ปลั๊กไฟควรใช้แบบมีสวิตซ์เปิด-ปิด ตรา Panasonic และตู้ไฟควรใช้ของ Schneider
- งานฝ้า: ฝ้าฉาบเรียบหรือฝ้ามีรูระบายสำเร็จรูปควรใช้ตราช้าง แบบกันน้ำสำหรับภายนอก
คำแนะนำในการจ้างผู้รับเหมาและควบคุมงาน
หากคุณกำลังจะสร้างบ้านและอยู่ในขั้นตอนหาช่างหรือผู้รับเหมา การป้องกันปัญหาที่อาจเกิดขึ้นถือเป็นสิ่งสำคัญมาก:
- ตรวจสอบผลงานจริง: ควรไปดูผลงานจริงและคุยกับเจ้าของบ้านคนก่อนด้วยว่า มีปัญหาก่อสร้างอะไรกับผู้รับเหมาไหม
- การจ่ายเงิน: การจ่ายเงินต้องสัมพันธ์กับเนื้องาน ไม่จ่ายเงินเกินงานมากไปเพื่อป้องกันผู้รับเหมาทิ้งงาน
- จ้างที่ปรึกษา: ควรจ้างบริษัทคอนซัลท์เข้ามาตรวจหน้างานตามงวดงานก่อนจ่ายเงินแต่ละครั้ง เพื่อป้องกันผู้รับเหมาทำงานผิดแบบและทำชุ่ยๆ
หากเรารู้เกี่ยวกับเรื่องบ้านติดตัวให้พอคุยกับผู้รับเหมา หรือกับช่างไว้บ้าง โอกาสที่จะเกิดความผิดพลาด เข้าใจคลาดเคลื่อน หรือแม้แต่ถูกเอาเปรียบก็จะน้อยลงไปด้วยค่ะ