เลือกสีทาบ้านภายนอก ให้ทนทาน อยู่ได้นาน ทำได้อย่างไร?
หลายคนอาจจะกำลังทาสีบ้านใหม่ เพื่อต้อนรับช่วงปีใหม่ ที่กำลังจะมาถึง และการเลือกสีทาบ้านภายนอก ให้ทนทาน ทนแดด มีความสำคัญมาก เพราะหากเลือก สีทาบ้านภายนอก ที่ไม่มีคุณภาพดี จะทำให้เราต้องทาสีซ้ำ บ่อยครั้ง ทำให้ต้องมีค่าใช้จ่ายหลายรอบได้ ในบทความนี้ KACHA จึงจะมาแนะนำเคล็บลับดี ๆ ในการ เลือกสีทาบ้านภายนอก มาฝากกัน
สีทาบ้านภายนอก คืออะไร?
สีทาบ้านภายนอก เป็นสีจริงที่ใช้ทาทับส่วนผนังที่อยู่ภายนอกบ้านหลังทาสีรองพื้นแล้ว เพื่อให้เกิดสีตามโทนสีที่ต้องการ เมื่อต้องใช้ทาภายนอก สีจึงถูกออกแบบมาให้ทนทานกว่าดีทาภายใน เพราะต้องเจอกับแดดและฝน จึงมีการเพิ่มสารพิเศษต่าง ๆ เข้าไปเพิ่มคุณสมบัติให้ใช้งานได้ดีและยาวนาน ปัจจุบันสีทาบ้านภายนอก ก็สามารถใช้ทาภายในได้ด้วย
เคล็ดลับการเลือกสีทาบ้านภายนอก ให้สวยทนทาน
การเลือกสีทาบ้านภายนอก ให้อยู่ทน สวยนาน เจ้าของบ้านควรเลือกสีประเภท อะคริลิก (Pure Acrylic Paint) โดยทำการทา 3 รอบ สิ่งสำคัญคือความทนทาน ไม่ว่าจะเป็นความร้อน ฝนฟ้าอากาศต่าง ๆ รวมไปถึงเรื่องของ คุณสมบัติสีกันร้อน ความสามารถในการสะท้อนความร้อนออกจากตัวบ้าน และเฉดสีที่เป็นมงคลต่าง ๆ
ขั้นตอนที่สำคัญที่สุด คือการเตรียมพื้นผิวสำหรับการทาสี เพราะกว่า 80% ของการวิบัติของสี เกิดมาจากการเตรียมพื้นผิวไม่ดี ดังนั้น ก่อนการทาสีนั้นต้องให้แน่ใจว่า พื้นที่จะทานั้น แห้งสนิท ไม่มีสภาพเป็นกรดด่าง หรือมีฝุ่นเกาะ ควรเป็นผนังที่ฉาบเรียบ ไม่มีรอยแตก หากมีต้องทำการปิดรอยต่อก่อนให้เรียบร้อย โดยปกติการทาสีทุกประเภทจะทาประมาณ 2-3 รอบและไม่ควรทาสีเกิน 5 รอบ เพราะจะทำให้ชั้นของสีมีความหนาเกินไป และหลุดร่อนได้ง่าย
ระบบของสีทาบ้านภายนอกสำหรับบ้านแต่ละประเภท
เริ่มต้นการทาสีบ้านได้ง่าย ๆ เพียงแค่ทำการศึกษาตัวบ้านของเรากันก่อนว่ามีลักษณะแบบไหน มีการแบ่งกลุ่มบ้านไว้ 4 กลุ่มหลัก ๆ เพื่อการทำระบบสีทาบ้านที่มีประสิทธิภาพ ได้แก่:
- บ้านใหม่ ไม่เคยทาสีมาก่อน
- บ้านเก่า หรือบ้านที่ต้องการรีโนเวท ที่มีอายุ 20-30 ปี หรือมากกว่านั้น
- บ้านที่ตั้งอยู่บนพื้นที่ที่มีความชื้นสูง
- บ้านที่ตั้งอยู่บนพื้นที่ที่มีแดดจัด
1. ระบบสำหรับบ้านใหม่
ผลิตภัณฑ์กลุ่มสีซุปเปอร์ชิลด์ (Super Shield) หรือสีน้ำอะคริลิก เหมาะสำหรับสีทาภายนอก ในกลุ่มที่เป็นบ้านใหม่ ด้วยนาโนไทเทเนียมชนิดพิเศษ ที่ผ่านการเคลือบมาถึง 3 ชั้น ทำให้ปกป้องบ้านจากทุกสภาวะอากาศ และติดทนยาวนานกว่า 15 ปี
- เตรียมพื้นผิว: ทำความสะอาดผนังให้ปราศจากเศษฝุ่นผง เศษซีเมนต์ และคราบไข บริเวณที่มีรอยแตกร้าว ให้ทำการซ่อมแซม หรือฉาบแต่งผิวก่อน
- รองพื้น: ทาสีรองพื้นปูนใหม่กันด่าง 1 เที่ยว
- ทาสีทับหน้า: ทาจำนวน 2-3 เที่ยว
2. ระบบสำหรับบ้านเก่า หรือรีโนเวท (อายุ 20-30 ปีขึ้นไป)
การเตรียมพื้นผิวสำหรับบ้านเก่า ถือเป็นเรื่องที่สำคัญมาก หากสังเกตแล้วพื้นผิวมีลักษณะเป็นรูพรุนตามด หรือมีพื้นผิวหยาบเหมือนเม็ดทราย ควรใช้ สกิมโค้ท (Skim Coat) สำหรับฉาบเรียบ ตกแต่งพื้นผิวให้เรียบเนียนเสียก่อน
- เตรียมพื้นผิว: ขัดล้างสีเดิมที่เสื่อมสภาพออก (ห้ามใช้แปรงลวด) แล้วทิ้งให้แห้ง พื้นผิวที่มีลักษณะเป็นฝุ่น ให้รองพื้นด้วยน้ำยารองพื้นปูนเก่าก่อนฉาบสกิมโค้ท
- รองพื้น: เลือกใช้น้ำยารองพื้นปูนทับสีเก่า หรือสีรองพื้นอเนกประสงค์ ทาจำนวน 1 เที่ยว ทิ้งให้แห้ง 2 ชั่วโมง
- ทาสีทับหน้า: ทาจำนวน 2-3 เที่ยว
3. ระบบสำหรับบ้านที่มีความชื้นสูง
สามารถป้องกันให้ความชื้นเข้ามาสู่ตัวบ้านน้อยลงได้ ด้วยการใช้เคมีภัณฑ์ ทาลงบริเวณชายล่างของตัวบ้าน ก่อนเริ่มงานระบบสี เพื่อช่วยยืดอายุของฟิล์มสีทับหน้า ป้องกันฟิล์มสีปริ โป่งพอง และทยอยหลุดล่อนออกมาทีหลัง
ตารางสรุปการเลือกระบบสีทาบ้านภายนอก
| ลักษณะบ้าน | ผลิตภัณฑ์และคุณสมบัติแนะนำ | จำนวนรอบการทาสีทับหน้า |
|---|---|---|
| บ้านใหม่ | สีน้ำอะคริลิก (Super Shield) ปกป้องยาวนาน 15 ปี | 2-3 รอบ |
| บ้านเก่า / รีโนเวท | น้ำยารองพื้นปูนเก่า และการฉาบสกิมโค้ท | 2-3 รอบ |
| บ้านความชื้นสูง | ใช้เคมีภัณฑ์ทาบริเวณชายล่างป้องกันความชื้น | 2-3 รอบ |