ค่า K, R และ U คืออะไร? สิ่งที่ต้องรู้ก่อนเลือกซื้อฉนวนกันความร้อน
ในการเลือกซื้อฉนวนกันความร้อนแต่ละครั้ง นอกจากต้องดูชนิดของวัสดุที่ใช้ทำฉนวนแล้ว สิ่งสำคัญและจำเป็นที่ต้องคำนึงถึง คือ การตรวจสอบค่า K, R และ U ของฉนวนกันความร้อนที่กำลังตัดสินใจซื้อ เพื่อให้ได้ฉนวนกันความร้อนที่มีคุณภาพช่วยป้องกันความร้อนที่จะเข้าสู่ตัวบ้านได้มากที่สุด เพราะปัจจุบันฉนวนกันความร้อนมีบทบาทมากขึ้นในทุกอุตสาหกรรม โดยค่าเหล่านี้มีความสำคัญดังนี้
K Value: ค่าการนำความร้อน (Thermal Conductivity)
K-Value หรือ ค่าสภาพการนำความร้อน คือ ค่าคงที่เฉพาะตัวของวัสดุต่างๆ ที่บ่งบอกความสามารถในการยอมให้ความร้อนไหลผ่านตัวเองได้เท่าไหร่ เป็นค่าที่บอกว่าฉนวนชนิดนั้นมีคุณสมบัตินำความร้อนมากน้อยเพียงใด โดยปกติอากาศร้อนจะเข้าไปแทนที่อากาศเย็นกว่าเสมอ แต่ถ้าวัสดุนั้นมีค่าการนำความร้อนต่ำ อากาศร้อนก็จะผ่านตัวฉนวนเข้ามาที่ตัวอาคารได้น้อยลง เพราะฉะนั้น K-Value ตัวเลขยิ่งต่ำก็ยิ่งดี อีกทั้งค่าสัมประสิทธิ์การนำความร้อนนี้จะมีความคงที่ตลอดอายุการใช้งาน ผู้ใช้งานไม่จำเป็นต้องกังวลว่าฉนวนจะป้องกันความร้อนได้น้อยลงแม้จะใช้งานนานหลายปี
R Value: ค่าการต้านทานความร้อน (Thermal Resistance)
R-Value หรือ ค่าต้านทานความร้อน คือ ค่าที่บอกความสามาถของวัสดุในการยับยั้งการไหล หรือถ่ายเทความร้อน โดยขึ้นอยู่กับความหนา และค่า K ของวัสดุนั้นๆ ด้วย เพราะฉะนั้น R-Value ยิ่งตัวเลขมากยิ่งดี ซึ่งค่า R นั้นจะสูงขึ้นตามความหนาของฉนวนกันความร้อน แต่อย่างไรก็ตามค่า R อาจลดลงได้หากฉนวนเริ่มเสื่อมสภาพ เมื่อใช้ไปนานๆ แล้วฉนวนบางลงทำให้ประสิทธิภาพในการต้านทานความร้อนก็จะลดลงตามไปด้วย โดยหาได้จากสูตร R = (Insulation Thickness)/(Thermal Conductivity)
U Value: ค่าสัมประสิทธิ์การถ่ายเทความร้อน (Heat Transfer Coefficient)
U-Value หรือ ค่าสัมประสิทธิ์การถ่ายเทความร้อน คือ ปริมาณความร้อนที่ไหลผ่านเข้ามาในส่วนหนึ่งของอาคารคงที่ โดยที่อุณหภูมิอากาศของทั้งสองด้านแตกต่างกัน ซึ่งเป็นส่วนกลับของค่าความต้านทานความร้อน และขึ้นอยู่กับความหนาของวัสดุนั้นด้วย เพราะฉะนั้น U-Value ตัวเลขยิ่งน้อยยิ่งดี โดยหาได้จากสูตร U = 1/(Thermal Resistance (R value))
ตารางเปรียบเทียบคุณสมบัติค่าฉนวนกันความร้อน
เพื่อให้เข้าใจได้ง่ายขึ้น คุณสามารถเปรียบเทียบความต้องการของแต่ละค่าได้ดังนี้:
- ค่า K (K Value): ยิ่งน้อย ยิ่งดี (บ่งบอกการนำความร้อนต่ำ)
- ค่า R (R Value): ยิ่งมาก ยิ่งดี (บ่งบอกการต้านทานความร้อนสูง)
- ค่า U (U Value): ยิ่งน้อย ยิ่งดี (บ่งบอกการถ่ายเทความร้อนเข้ามาน้อย)
ตัวอย่างคุณสมบัติฉนวนกันความร้อนในท้องตลาด
- ฉนวนยางสังเคราะห์ AERO-ROOF: มีโครงสร้างแบบเซลปิด มีค่า K ที่ 0.035 w/mK หรือ ค่า R ที่ Rt-36 hr.ft² °F/Btu
- ฉนวนกันความร้อน SCG รุ่น STAYCOOL (75 มม.): มีค่าต้านทานความร้อนรวมของระบบหลังคา Rt 38 หุ้มรอบด้านด้วยแผ่นอลูมิเนียมฟอยล์เสริมแรง
- ฉนวนโพลีเอสเตอร์ KOOLTEG: โดดเด่นในด้านประสิทธิภาพการกั้นเสียง อายุการใช้งาน และความปลอดภัยต่อสุขภาพ
คำแนะนำในการติดตั้งฉนวนกันความร้อน
- ติดตั้งฉนวนโดยกลิ้งม้วนให้ออกจากตัว ปูไปตามแนวฝ้า
- ควรเว้นฉนวนกันความร้อนห่างจากจุดที่มีการติดตั้งดวงไฟ Down Light ประมาณ 3 นิ้ว
- หากเกิดรอยฉีกขาด ให้ซ่อมแซมด้วยเทปอลูมิเนียมฟอยล์เพื่อให้เนื้อฉนวนคงประสิทธิภาพได้อย่างยาวนาน
ทุกครั้งที่มองหาฉนวนกันความร้อน อย่าลืมสังเกตค่า K, R และ U ของฉนวนแต่ละชนิดเพื่อให้ได้ฉนวนกันความร้อนที่มีประสิทธิภาพ ป้องกันความร้อนได้อย่างดีเยี่ยมและช่วยประหยัดค่าไฟฟ้าได้มากขึ้น