5 เหตุผลต่างมุม กู้เงินซื้อบ้าน vs. เช่าอยู่ เลือกแบบไหนคุ้มกว่า พร้อมเทคนิคกู้ซื้อบ้านฉบับฟรีแลนซ์
หลายคนคงอาจจะเคยคิดเหมือนกันว่า เมื่อเรามาถึงวัยทำงาน สามารถหาเงินได้ด้วยตัวเองและพอจะมีเงินเก็บในระดับหนึ่งแล้ว ก็คงอยากขยับขยายให้เราได้ใช้ชีวิตในรูปแบบที่ “ลงตัว” กับเรามากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะกับเรื่องที่อยู่อาศัย วันนี้เรามาชวนคิดและตั้งคำถามกันว่า “กู้เงินซื้อบ้าน หรือ เช่าอยู่” แบบไหนตรงกับไลฟ์สไตล์ของเรามากกว่ากัน
รวม 5 เหตุผลต่างมุมระหว่าง กู้เงินซื้อบ้านและเช่าอยู่
1. ความเป็นเจ้าของและการตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์
ทีมกู้ซื้อ: มีคำกล่าวที่ว่าการซื้อบ้านคือการลงทุนเพื่ออนาคต ข้อดีของการตัดสินใจกู้เงินซื้อบ้าน คือเราได้เป็นเจ้าของตัวจริง สามารถทำอะไรใช้ชีวิตตามไลฟ์สไตล์ได้อย่างเต็มที่ เป็นการลงทุนเพื่อครอบครัว สามารถส่งต่อทรัพย์สินชิ้นนี้ให้กับคนที่เรารักในอนาคตได้ นอกจากนี้ บ้านยังเป็นทรัพย์สินที่มีมูลค่าและราคาก็มักจะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ
ทีมเช่าอยู่: การเช่าบ้านทำให้เราได้สิทธิ์อาศัยอยู่ในบ้านหลังนั้นตามระยะเวลาที่ตกลงกันไว้ แม้ไม่มีสิทธิ์เป็นเจ้าของ แต่ก็ชดเชยกลับมาด้วยความคล่องตัวที่จะเปลี่ยนแปลง ย้ายออกจากบ้านที่เราเช่าไปอยู่ในทำเลอื่น ๆ ที่ต้องการได้ง่ายกว่า ไม่ว่าจะเป็นการเลือกให้อยู่ใกล้ที่ทำงาน ลดเวลาและค่าใช้จ่ายกับการเดินทางลงไป
2. ภาระผูกพันทางการเงิน
ทีมกู้ซื้อ: การกู้เงินมาซื้อบ้านเป็นการสร้างภาระผูกพันทางการเงินในระยะยาว ต้องผ่อนค่างวดกับธนาคารไปอีก 20-30 ปี แต่ก็มีข้อดีที่เราสามารถนำดอกเบี้ยสินเชื่อบ้านมาใช้หักลดหย่อนภาษีได้ และที่สำคัญเมื่อผ่อนครบหมดเรียบร้อย บ้านหลังนั้นก็จะกลายเป็นของเราโดยสมบูรณ์
ทีมเช่าอยู่: การเช่าบ้านก็สร้างภาระผูกพันทางการเงินเช่นกัน แต่เป็นระยะสั้น โดยปกติแล้วระยะเวลาในสัญญาเช่าก็จะอยู่ที่ 6 เดือน หรือ 1 ปี จึงเป็นที่นิยมของคนรุ่นใหม่จำนวนมากที่ไม่ต้องการสร้างภาระผูกพันยาว ๆ สอดคล้องกับแนวทางการใช้ชีวิตอย่างอิสระ
3. ความเสี่ยงกับค่าใช้จ่ายในอนาคต
ทีมกู้ซื้อ: นี่คือความเสี่ยงของชาวกู้เงินซื้อบ้านที่อาจจะเจอภาระเพิ่มขึ้นในช่วงที่ดอกเบี้ยปรับตัวขึ้น เมื่อเราผ่อนบ้านมาครบ 3 ปีจนโปรโมชันครบกำหนด ดอกเบี้ยจะเริ่มขยับสูงขึ้น จังหวะนี้อาจต้องหาวิธีลดอัตราดอกเบี้ยลง เรียกว่า รีเทนชัน หรืออาจย้ายสินเชื่อไปอยู่กับธนาคารใหม่ ที่เรียกว่า รีไฟแนนซ์บ้าน
ทีมเช่าอยู่: แม้การเช่าบ้านจะไม่เกี่ยวข้องกับดอกเบี้ยที่เพิ่มขึ้นในตลาด แต่ต้องอย่าลืมว่าโลกเรามี “ภาวะเงินเฟ้อ” ที่จะทำให้ราคาสินค้าและบริการเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เจ้าของบ้านอาจจะขอขึ้นค่าเช่า ทำให้เรามีค่าใช้จ่ายต่อเดือนสูงขึ้นได้เช่นกัน
ตารางสรุปความแตกต่างระหว่างการกู้ซื้อบ้านและการเช่าอยู่
| หัวข้อ | การกู้ซื้อบ้าน | การเช่าอยู่ |
|---|---|---|
| ความเป็นเจ้าของ | ได้เป็นเจ้าของตัวจริงและเป็นทรัพย์สินในอนาคต | ได้สิทธิ์อาศัยตามระยะเวลาในสัญญา |
| ระยะเวลาผูกพัน | ระยะยาว 20-30 ปี | ระยะสั้น 6 เดือน - 1 ปี |
| สิทธิประโยชน์ทางภาษี | นำดอกเบี้ยมาหักลดหย่อนภาษีได้ | ไม่มี |
| ความคล่องตัว | ต่ำ เหมาะกับการลงหลักปักฐาน | สูง สามารถย้ายทำเลได้ง่ายกว่า |
เทคนิคกู้ซื้อบ้านผ่านง่ายฉบับฟรีแลนซ์
หลายๆ คนอาจคิดว่าอาชีพอิสระ (Freelance) จะค่อนข้างเสียเปรียบในการยื่นกู้ขอสินเชื่อ แต่ถ้าหากเรามีการเตรียมความพร้อมวางแผนไว้ก่อน แม้จะเป็นฟรีแลนซ์แต่ก็สามารถทำเรื่องกู้ผ่านได้อย่างง่ายดายด้วยเทคนิคดังนี้:
- เดินบัญชีธนาคารให้มีความสม่ำเสมอ: หมั่นเดินบัญชีธนาคาร (Bank Statement) เพื่อใช้เป็นหลักฐานแสดงความมั่นคงทางการเงิน โดยส่วนใหญ่แล้วทางธนาคารจะขอดูรายการเดินบัญชีย้อนหลังที่ 6-12 เดือน
- แสดงหลักฐานตัวตนให้ชัดเจน: เตรียมสัญญาการจ้างงาน เอกสารหนังสือรับรองหักภาษี ณ ที่จ่าย (50 ทวิ) ตลอดไปจนถึงเอกสารการเสียภาษีของเราในปีที่ผ่านมา
- มีบัญชีเงินออม: ควรเปิดแยกออกมาจากบัญชีที่มีการใช้จ่ายประจำ เพื่อแสดงถึงวินัยทางการเงินให้ดูมีความน่าเชื่อถือมากยิ่งขึ้น
- สร้างประวัติเครดิตที่ดี: จะต้องชำระหนี้ให้ตรงเวลาสม่ำเสมอเพื่อเป็นการสร้างเครดิตทางการเงินที่ดี และต้องทยอยปิดบัตรเพื่อลดภาระหนี้ก่อนที่จะยื่นกู้ขอสินเชื่อ