นวัตกรรมอุปกรณ์ตัดอิฐมวลเบาและเทคโนโลยีการผลิตคอนกรีตรักษ์โลกเพื่ออุตสาหกรรมก่อสร้าง
อุปกรณ์ตัดอิฐมวลเบา ช่วยเพิ่มมูลค่าการผลิต ลดต้นทุน และสามารถต่อยอดในเชิงอุตสาหกรรมสร้างมูลค่าเชิงพาณิชย์ได้ เนื่องจากในปัจจุบันอิฐมวลเบาเป็นผลิตภัณฑ์คอนกรีตชนิดใหม่ที่ได้รับความนิยมในการก่อสร้าง เพราะผลิตจากวัตถุดิบธรรมชาติ มีคุณสมบัติพิเศษคือ ตัววัสดุมีน้ำหนักเบา ทนไฟ ป้องกันความร้อนและเสียงได้ดี
ปัญหาจากการใช้เครื่องมือตัดแบบเดิม
ขั้นตอนการก่ออิฐมวลเบาส่วนใหญ่จะก่อด้วยวิธีการสลับแนวระหว่างแถวล่างและแถวบน แต่อิฐมวลเบาทำมามีขนาดมาตรฐานเท่ากันทุกก้อน การใช้งานจึงต้องตัดออกตามขนาดที่ต้องการ ปัญหาที่พบคือ เลื่อยทำให้มีเศษฝุ่นละอองออกมาจากตัวอิฐ ส่งผลทำให้เกิดมลภาวะทางอากาศและทำลายสุขภาพ เลื่อยแล้วขนาดมีความผิดพลาด หรือเลื่อยเอียง ต้องตกแต่งอิฐให้ได้ขนาดหรือได้ฉากตามต้องการ ทำให้เสียเวลาในการทำงานและเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุจากการใช้เลื่อย
การพัฒนาอุปกรณ์ตัดอิฐมวลเบาเพิ่มประสิทธิภาพ
โครงงานวิจัย อุปกรณ์ตัดอิฐมวลเบา ของนักศึกษาระดับ ปวส. วิทยาลัยเทคนิคตราด จึงถูกคิดค้นขึ้นเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน ช่วยให้สะดวก รวดเร็ว ตัดได้ตามขนาดเป็นเส้นตรง และไม่เกิดฝุ่นฟุ้งกระจายที่ทำลายสุขภาพคนใช้งาน โดยมีรายละเอียดและส่วนประกอบที่สำคัญดังนี้:
- ฐานโครงสร้าง: ขนาดกว้าง 35-40 เซนติเมตร x ยาว 70 เซนติเมตร
- ระบบการทำงาน: ใช้แม่แรงขนาด 10 ตัน ที่เหมาะสมกับการใช้งาน
- ส่วนเสริมประสิทธิภาพ: การใช้สเกลวัดขนาดจากเครื่องมือ และติดตั้งฝาครอบกันฝุ่น
เทคโนโลยีอิฐมวลเบาจีโอพอลิเมอร์ฐานเถ้าลอย (LFGB)
นอกจากการพัฒนาเครื่องมือตัดแล้ว ยังมีนวัตกรรมการผลิตอิฐมวลเบาจีโอพอลิเมอร์ฐานเถ้าลอย (Lightweight Fly ash-based Geopolymer Brick : LFGB) ที่นำวัสดุเหลือทิ้งกลับมาใช้ โดยวัสดุจีโอพอลิเมอร์มีสมบัติเทียบเท่าปูนซีเมนต์ แต่ใช้พลังงานในการผลิตต่ำกว่า และสามารถสังเคราะห์ได้ที่อุณหภูมิห้อง ทำให้ลดการปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจก ซึ่งมีคุณสมบัติเด่นคือ:
- มีสมบัติเป็นวัสดุฉนวนความร้อน
- มีความเสถียรที่อุณหภูมิสูงหรือทนไฟสูง
- มีความแข็งแรงสูงที่สามารถใช้เป็นวัสดุก่อสร้างได้
การใช้พลาสติกอีวีเอสำหรับคอนกรีตน้ำหนักเบา
การพัฒนาผลิตภัณฑ์คอนกรีตน้ำหนักเบาโดยนำขยะพลาสติกประเภทอีวีเอที่เป็นของเหลือใช้จากอุตสาหกรรมรองเท้าฟองน้ำ มาเป็นมวลรวมน้ำหนักเบาทดแทนมวลรวมปกติ พลาสติกอีวีเอนอกจากจะมีน้ำหนักที่เบาแล้ว ยังมีคุณสมบัติเป็นฉนวนส่งผลให้ตัวคอนกรีตบล็อกมีน้ำหนักลดลง สามารถป้องกันความร้อนและป้องกันเสียงได้ดีขึ้น อีกทั้งมีความคงทนต่อแรงกระแทกมากขึ้น โดยผลจากการทดสอบการตกจากที่สูงมากกว่า 2 เมตร พบว่าคอนกรีตไม่เกิดการแตกหักเหมือนอิฐมวลเบาทั่วไป
ตารางสรุปข้อมูลคุณสมบัติและประสิทธิภาพของนวัตกรรม
- ประเภทอิฐมวลเบาจีโอพอลิเมอร์ (LFGB): ค่าความแข็งแรงที่ 7 วัน เทียบเท่าอิฐมวลเบาทั่วไปที่ 28 วัน และมีค่าการนำความร้อนต่ำกว่าถึง 13%
- คอนกรีตจากพลาสติกอีวีเอ: คลายความร้อนได้เร็วกว่าอิฐมวลเบาทั่วไป ช่วยให้ห้องเย็นเร็วขึ้นและประหยัดค่าไฟฟ้า
- ผลตอบแทนเชิงพาณิชย์: สามารถเพิ่มอัตราส่วนกำไรต่อก้อนจากเดิม 0.5-1 บาท มาเป็น 8-10 บาทต่อก้อน
- ด้านสิ่งแวดล้อม: ช่วยรักษาสภาวะสิ่งแวดล้อมและคุณภาพชีวิตของผู้ใช้งาน ลดปัญหาการจัดการขยะพลาสติก