เคล็ดลับก่ออิฐบล็อกด้วยตนเอง ฉบับช่างมืออาชีพ
อิฐบล็อก หรือ คอนกรีตบล็อก คือ วัสดุก่อสร้างชนิดหนึ่งที่ทำจากส่วนผสมของปูนซีเมนต์ ทราย และหิน นำมาขึ้นรูปเป็นก้อนสี่เหลี่ยม มีลักษณะเด่นคือมีรูตรงกลาง ทำให้มีน้ำหนักเบาและช่วยระบายความร้อนได้ดี โดยทั่วไปแล้วการที่เราจะก่อกำแพงอิฐบล็อกขึ้นมานั้น ต้องให้เป็นหน้าที่ของช่าง เพราะเป็นงานเฉพาะทาง แต่ถ้าเป็นงานขนาดเล็ก เช่น ก่อกำแพงอิฐบล็อกเตี้ย ๆ เพื่อกั้นอาณาเขตภายในบริเวณบ้าน หรือกั้นพื้นที่แปลงปลูกต้นไม้ ก็จะเป็นงานที่สามารถทำได้ด้วยตนเอง
ทำความรู้จักประเภทของอิฐที่ใช้ในงานก่อสร้าง
การเลือกใช้อิฐให้เหมาะกับงานก่อสร้างและความต้องการใช้งานจึงเป็นสิ่งสำคัญ อิฐแต่ละประเภทมีคุณสมบัติที่แตกต่างกัน ซึ่งล้วนมีผลต่อความคงทนแข็งแรง การระบายความร้อน และระยะเวลาในการก่อสร้าง
| ประเภทของอิฐ | ส่วนประกอบหลัก | ข้อดี | ข้อจำกัด |
|---|---|---|---|
| อิฐมอญ (อิฐแดง) | ดินเหนียว แกลบ ทราย และน้ำ | แข็งแรง ทนทานต่อสภาพอากาศ ยึดเกาะได้ดีกว่าอิฐประเภทอื่น | สะสมความร้อน ดูดความชื้น ใช้เวลาก่อสร้างค่อนข้างนาน |
| อิฐบล็อก | ปูนซีเมนต์ และทราย | ราคาถูกที่สุด ขนาดก้อนใหญ่ ทำงานได้รวดเร็ว ระบายความร้อนได้ดี | รับแรงกดได้น้อยกว่าอิฐชนิดอื่น มีโอกาสรั่วซึมสูงหากฉาบไม่ดี |
| อิฐมวลเบา | ปูนซีเมนต์ปอร์ตแลนด์ ยิปซัม ปูนขาว ทรายละเอียด | น้ำหนักเบา เป็นฉนวนกันความร้อนได้ดี ทนไฟได้นานกว่า 4 ชั่วโมง | ราคาสูงกว่าอิฐชนิดอื่น ต้องใช้ปูนก่อหรืออุปกรณ์เฉพาะทาง |
ขนาดมาตรฐานของอิฐบล็อก
อิฐบล็อกจะมีขนาดเท่ากันเป็นมาตรฐานโดยมีความกว้าง 19 เซนติเมตร และความยาว 39 เซนติเมตร แต่มีความหนาที่แตกต่างกันออกไป เพื่อให้เลือกใช้ให้เหมาะสมกับพื้นที่และรูปแบบการใช้งาน ประกอบไปด้วย:
- ความหนา 7 เซนติเมตร
- ความหนา 9 เซนติเมตร
- ความหนา 14 เซนติเมตร
- ความหนา 19 เซนติเมตร
ขั้นตอนการก่ออิฐบล็อกให้แข็งแรงและคงทน
1. การเตรียมพื้นที่และเตรียมวัสดุ
ทำความสะอาดพื้นที่ให้เรียบร้อยก่อนทำการก่ออิฐบล็อก ฐานคอนกรีตที่จะวางอิฐต้องเรียบ สะอาด และไม่มีเศษวัสดุเหลือค้าง จากนั้นให้ทำการ บ่มอิฐบล็อก คือการราดน้ำลงไปบนอิฐบล็อกก่อนการใช้งาน เพื่อให้อิฐบล็อกยึดจับปูนได้ดี และควรทำความสะอาดไม่ให้มีฝุ่นเกาะอยู่บนหน้าอิฐบล็อก
2. การผสมปูนก่อ
ให้ผสมปูนตามอัตราส่วน ปูน 1 ส่วน ทราย 3 ส่วน และน้ำ 1 ส่วน ตอนผสมค่อย ๆ ใส่น้ำลงไปในระหว่างผสม อย่าเทน้ำลงไปทีเดียว เพื่อป้องกันไม่ให้เนื้อปูนเหลวจนเกินไป โดยเนื้อปูนที่ดีเมื่อตักขึ้นมาจะต้องติดกันเป็นก้อน หากเหลวเกินไปแนะนำให้ผสมใหม่เพื่อคุณภาพการใช้งานที่ดีที่สุด
3. การหาระดับและขึงแนว
ก่อนจะเริ่มก่ออิฐบล็อกให้ทำการหาระดับของพื้นที่เสียก่อน เพราะจุดเริ่มต้นกับจุดสิ้นสุดอาจมีระดับที่ไม่เท่ากัน เมื่อได้ระดับที่ต้องการแล้วให้มาร์คจุด ขึงเอ็น ก็จะได้แนวในการก่ออิฐบล็อก การขึงเชือกแนวหรือใช้ระดับน้ำตรวจสอบแนวดิ่งและแนวนอนตั้งแต่แถวแรกถือเป็นหัวใจสำคัญ
4. เทคนิคการก่ออิฐ
การก่อชั้นแรกมีความสำคัญเป็นอย่างมาก เพราะเป็นการสร้างฐานให้กับกำแพงอิฐบล็อก โดยใช้เกรียงโปะปูนลงไปบนพื้นให้พอดีกับความยาวของอิฐบล็อก แล้วทำการปาดให้เป็นเส้นตรงให้มีความหนาอยู่ที่ประมาณ 1-2 เซนติเมตร แล้วกดอิฐบล็อกลงไป ใช้ด้ามเกรียงหรือค้อนยางเคาะให้แน่นจนได้ระดับตรงกับเส้นเอ็นที่ขึงไว้
ชั้นต่อ ๆ ไป ให้ใช้วิธีก่อแบบสลับฟันปลา หรือที่เรียกว่า การก่อแบบสลับแนว (Half-block) จะสามารถเพิ่มความแข็งแรงให้มีมากขึ้น โดยให้รอยต่อของก้อนอิฐในแถวบนอยู่กึ่งกลางของก้อนอิฐแถวล่าง เทคนิคนี้ช่วยให้ผนังไม่เกิดแนวรอยต่อยาวต่อเนื่อง ซึ่งมักเป็นจุดอ่อนที่แตกร้าวง่าย และไม่ควรก่อผนังสูงเกิน 1.2 เมตรภายในวันเดียว เพื่อให้ชั้นล่างมีเวลารับน้ำหนักและปูนเซตตัวก่อน
5. การบ่มปูนหลังการก่อ
หลังจากก่ออิฐบล็อกเสร็จแล้ว ควรปล่อยทิ้งไว้เป็นเวลา 3 วัน เพื่อให้ปูนแข็งตัว โดยในระหว่างนั้นให้ทำการบ่มผนังด้วยการราดน้ำลงบนผนังให้ชุ่มอย่างน้อยวันละ 1 ครั้ง ทำอย่างต่อเนื่องจนครบ 1 สัปดาห์ จะช่วยลดปัญหาการแตกร้าวและช่วยเพิ่มความแข็งแรงให้โครงสร้างได้มากกว่าที่หลายคนคิด
อุปกรณ์ที่จำเป็นสำหรับงานก่ออิฐบล็อก
- สายเอ็น: สำหรับกำหนดแนวและระดับในการก่อ
- ค้อนยาง: ใช้เคาะอิฐบล็อกให้แน่นและได้ระดับ
- เกรียงก่อปูนสามเหลี่ยม: ใช้สำหรับตักและปาดปูนก่อ
- ระดับน้ำ: ตรวจสอบแนวดิ่งและแนวนอนของผนัง
- ถังปูนและจอบ: สำหรับการผสมปูนตามอัตราส่วน