เทคนิคเล็กๆน้อยๆ การฉาบปูนอย่างไร ไม่ให้แตก และการเลือกโครงสร้างผนังบ้าน
การฉาบที่ไม่ถูกวิธีส่งผลให้ปูนที่มีแรงยึดเหนี่ยวน้อยกว่าที่ควรจะเป็น ทำให้ผนังบ้านของท่านร้าว การควบคุมการก่อสร้างให้ดีตั้งแต่ต้นจึงมีความจำเป็นอย่างยิ่ง เพื่อให้ได้ผนังที่มั่นคงแข็งแรงและสวยงามในระยะยาว
ขั้นตอนและเทคนิคการฉาบปูนเพื่อลดการแตกร้าว
1. การเตรียมพื้นผิว: ก่อนการฉาบปูนนั้น ต้องแน่ใจก่อนว่ามีการเตรียมพื้นผิวเป็นอย่างดี มีการฉีดน้ำรดผนังอิฐให้อิ่มตัว เพื่อป้องกันไม่ให้ผนังก่ออิฐดูดน้ำจากปูนฉาบ การพรมน้ำผนังอิฐก่อนนั้นต้องทำก่อนการฉาบ และทิ้งไว้สักพักให้ผิวแห้งพอหมาด ห้ามฉาบขณะที่ผนังยังเปียกน้ำ เพราะจะทำให้ปูนไม่ยึดเกาะกับผนัง
2. การติดตั้งอุปกรณ์ป้องกัน: เริ่มฉาบส่วนที่เป็นคอนกรีต เช่น เสาเอ็น คานทับหลัง และรอบๆ ในส่วนที่เป็นรอยต่อของผนังกับส่วนต่าง ๆ เช่น ผนังกับเสา หรือผนังกับเสาเอ็นควรใส่เหล็กตาข่ายกันการแตกร้าว นอกจากนั้นควรผสมน้ำยาฉาบปูนซึ่งมีคุณสมบัติช่วยให้ฉาบง่ายและลดการแตกร้าวได้
3. วิธีการฉาบปูน: การฉาบนั้นจะให้ดีต้องให้ช่างขึ้นปูนเค็มเหลวก่อน ต่อด้วยปูนกลาง และทับหน้าด้วยปูนจืด โดยการฉาบแต่ละชั้นต้องหนาไม่เกิน 1 ซม. เพื่อให้การบ่มตัวเป็นไปในเงื่อนไขใกล้เคียงกันในเนื้อปูน ปาดหน้าด้วยสามเหลียมปาดปูนให้ได้ระดับตามที่ได้ทำปุ่มระดับไว้
4. การแต่งผิวและการบ่ม: ปล่อยให้ผนังเซ็ทตัวเกือบแข็ง จึงทำการแต่งผิวหน้า ตีน้ำ ลงฟองน้ำ และกวาดให้ผิวหน้าเรียบ ระหว่างนี้เราต้องคอยบ่มน้ำช่วยเพื่อลดการแตกร้าวจากการหดตัวของปูน และควรทาสีหลังจากฉาบปูนอย่างน้อย 20 วัน เนื่องจากปูนและน้ำจะมีปฏิกิริยาเคมีต่อเนื่องในช่วงเวลาดังกล่าว
เปรียบเทียบผนังก่ออิฐฉาบปูน และ ผนังคอนกรีตสำเร็จรูป (Precast)
ในการเลือกซื้อหรือสร้างบ้าน วัสดุที่ใช้ก่อสร้างผนังถือเป็นเรื่องสำคัญ โดยมีระบบที่นิยมดังนี้:
ผนังก่ออิฐฉาบปูน (Brick and Mortar)
คือผนังที่สร้างขึ้นจากอิฐที่เรียงติดกันด้วยปูนเพื่อให้ผนังมีความแข็งแรงและทนทานต่อสภาพอากาศ ใช้อิฐที่นิยม เช่น อิฐมอญ หรืออิฐมวลเบา
- ข้อดี: แข็งแรง ทนทาน ง่ายต่อการเจาะยึดต่อเติม ทนความร้อน และเก็บเสียงได้ดี
- ข้อจำกัด: มีน้ำหนักมาก ใช้เวลาในการก่อสร้างนาน และอาจเกิดรอยแตกร้าวได้ง่ายหากปูนหดตัวไม่พร้อมกัน
ผนังคอนกรีตสำเร็จรูป (Precast)
คือผนังที่เกิดจากการนำแผ่นคอนกรีตเสริมเหล็กที่ทำการหล่อและขึ้นรูปสำเร็จมาจากโรงงาน แล้วนำมาประกอบและติดตั้งที่หน้าไซท์งาน
- ข้อดี: ติดตั้งได้อย่างรวดเร็ว คุณภาพงานเป็นไปตามมาตรฐานที่ผลิตจากโรงงาน และช่วยลดปัญหาด้านการขาดแคลนแรงงาน
- ข้อจำกัด: การต่อเติม ทุบ หรือเจาะทำได้ยาก มักมีปัญหาเรื่องรอยต่อระหว่างแผ่น และคายความร้อนช้าเมื่อโดนแดดนานๆ
ตารางเปรียบเทียบคุณสมบัติของผนังแต่ละประเภท
| หัวข้อเปรียบเทียบ | ผนังก่ออิฐฉาบปูน | ผนังสำเร็จรูป (Precast) |
|---|---|---|
| ความเร็วในการก่อสร้าง | ช้า (ต้องรอปูนเซ็ทตัว) | รวดเร็ว (ติดตั้งได้ทันที) |
| การต่อเติมและเจาะผนัง | ทำได้ง่ายและยืดหยุ่น | ทำได้ยากและมีข้อจำกัด |
| การกันความร้อน | ดี (โดยเฉพาะอิฐมวลเบา) | คายความร้อนช้า บ้านร้อนง่าย |
| ความสวยงามของผิวสัมผัส | ขึ้นอยู่กับฝีมือช่างฉาบ | เรียบเนียนตามมาตรฐานโรงงาน |
| การทนไฟ | ทนทานสูง (ประมาณ 2 ชั่วโมง) | ทนทานตามมาตรฐานคอนกรีต |
จะเห็นได้ว่าทั้ง 2 ประเภทงานก่อสร้าง มีความแตกต่างกันมากในแง่ของวัสดุและความยากง่าย ดังนั้นควรยึดเอาความเหมาะสมเป็นหลักว่าชอบการก่อสร้างแบบไหนถึงจะตอบโจทย์ผู้อยู่อาศัยได้ดีที่สุด