3 รูปแบบ ต่อเติมโรงจอดรถหน้าบ้าน และข้อควรรู้ก่อนต่อเติม
การต่อเติมโรงจอดรถนับว่าเป็นเรื่องสำคัญอีกอย่างของบ้าน โดยเฉพาะกับครอบครัวที่มีรถยนต์ส่วนตัว และเนื่องจากบ้านจัดสรรบางโครงการไม่ได้ทำโรงจอดรถให้ หรือบ้านบางหลังอาจมีรถเพิ่มจนต้องขยับขยายพื้นที่ เจ้าของบ้านจึงต้องต่อเติมโรงจอดรถหน้าบ้านเอง โดยโรงจอดรถหน้าบ้านก็มีหลายแบบแตกต่างกันไป ส่วนจะวางแผนต่อเติมโรงจอดรถหน้าบ้านแบบไหนนั้น ติดตามข้อมูลเพื่อพิจารณาเลือกให้เหมาะสมที่สุดกับตนเอง
การวางแผนและขนาดที่เหมาะสม
เจ้าของบ้านต้องรู้จำนวนและขนาดของรถที่จะจอดเสียก่อน สำหรับบ้านที่มีรถ 1-2 คัน มักจะไม่เป็นปัญหา แต่ถ้ามีมากกว่านั้น ก็อาจต้องต่อเติมโรงจอดรถหน้าบ้านให้มีเสากลาง เพื่อรับน้ำหนักหลังคาที่ยาวขึ้น โดยโรงจอดรถหน้าบ้านควรมีขนาดอย่างน้อย 2.5 x 5.0 เมตรต่อคัน แต่ในกรณีที่ใช้รถกระบะหรือรถตู้ขนาดใหญ่ ก็ควรเพิ่มขนาดโรงจอดรถหน้าบ้านเป็น 3.0 x 6.0 เมตรต่อคัน
ข้อกฎหมายที่ควรศึกษาในการต่อเติม
เจ้าของบ้านควรศึกษาข้อกฎหมายในการต่อเติม ก่อนออกแบบและจ้างผู้รับเหมา โดยมีเกณฑ์เบื้องต้นดังนี้:
- การ “เพิ่ม” หรือ “ลด” เนื้อที่ของพื้นชั้นใดชั้นหนึ่ง ไม่เกิน 5 ตร.ม.
- การ “เพิ่ม” หรือ “ลด” เนื้อที่ของหลังคา ไม่เกิน 5 ตร.ม.
- การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างอาคาร ใช้วัสดุ ขนาด จำนวน และชนิดเดียวกับของเดิม
- การเปลี่ยน ต่อเติม เพิ่ม ลด เนื้อที่ส่วนใด ๆ ในบ้าน ไม่เพิ่มน้ำหนักให้แก่โครงสร้างเกิน 10% ของน้ำหนักเดิม
3 รูปแบบการต่อเติมโรงจอดรถยอดนิยม
1. รูปแบบตั้งเสาใหม่แยกอิสระ
เป็นรูปแบบที่ได้รับความนิยมที่สุด แต่ก็มีราคาแพงที่สุด เพราะจะต้องตั้งเสารับน้ำหนักหลังคาโรงจอดรถใหม่ทั้งหมด โดยไม่ยุ่งกับตัวบ้าน หากพื้นที่มีโอกาสทรุดตัว ก็ต้องตอกเสาเข็มรับน้ำหนักด้วย โรงจอดรถแบบนี้จะเหมาะกับผู้ที่ไม่อยากยุ่งกับโครงสร้างบ้าน หรือต้องการทำโรงจอดรถแบบแยกต่างหาก
2. รูปแบบยึดกับโครงสร้างบ้าน
โรงจอดรถแบบนี้จะต้องตั้งเสารับน้ำหนักด้านหน้า และยึดด้านหลังเข้ากับโครงสร้างบ้าน ซึ่งมีราคาถูกกว่าการตั้งเสาใหม่ทั้งหมด แต่ปัญหาอาจเกิดขึ้นได้ เมื่อโครงสร้างบ้านและพื้นที่จอดรถทรุดตัวไม่เท่ากัน จนฉุดรั้งให้โครงสร้างบ้านเสียหาย แต่ก็สามารถแก้ปัญหาได้ด้วยการใช้ตัวยึดแบบแกว่งตัวได้
3. รูปแบบหลังคากันสาดยื่น
หากบ้านมีช่องสำหรับจอดรถอยู่แล้ว แต่ยังได้ร่มเงาไม่เต็มทั้งพื้นที่จอด เจ้าของบ้านก็สามารถต่อเติมหลังคาโรงจอดรถแบบกันสาดยื่นออกมาได้อีกเล็กน้อย แต่ทั้งนี้ การทำกันสาดยื่นยาวเกินไป น้ำหนักของกันสาดก็อาจสร้างความเสียหายให้กับผนังและโครงสร้างบ้าน หรือเมื่อถูกพายุพัดกระชาก กันสาดก็อาจหลุดไปสร้างความเสียหายได้
ประเภทเสาเข็มและการเตรียมพื้นฐานราก
ความแข็งแรงของพื้นที่ที่ใช้ต่อเติมโรงจอดรถหน้าบ้านก็เป็นเรื่องสำคัญ ควรจะต้องลงเสาเข็มเพื่อให้มีฐานรากที่มั่นคง แข็งแรง ป้องกันปัญหาการทรุดตัว โดยมีตัวเลือกดังนี้:
- เสาเข็มสปัน MICROPILE: มีความแข็งแรงสูงรองรับน้ำหนักได้ดี จึงเหมาะสำหรับงานต่อเติมหลังคาโรงจอดรถ แต่จะมีแรงสั่นสะเทือนบ้าง
- เสาเข็มเหล็ก (Kemrex): ติดตั้งรวดเร็ว ไม่ส่งเสียงรบกวนเพื่อนบ้าน เหมาะสำหรับโครงสร้างเบาอย่างโครงเหล็ก แต่มีต้นทุนราคาที่สูง
- เสาเข็มปูน 6 เหลี่ยมและเสาเข็ม I แบบสั้น: เหมาะสำหรับงานที่ไม่สามารถนำเครื่องจักรเข้ามาใช้ได้ ราคาไม่สูง แต่อาจมีการทรุดตัวเกิดขึ้นได้เนื่องจากไม่ได้ลงลึกถึงชั้นดินดาน
- ฐานรากแผ่ (Spread Foundation): เหมาะสำหรับสิ่งก่อสร้างที่มีน้ำหนักไม่มาก เพราะถ่ายน้ำหนักลงสู่ดินด้านล่างโดยตรง
วัสดุมุงหลังคาและพื้นผิว
การเลือกใช้วัสดุที่เหมาะสมจะช่วยให้ได้โรงรถที่แข็งแรง และสวยงามถูกใจ โดยสามารถพิจารณาข้อมูลจากตารางเปรียบเทียบวัสดุหลังคาดังนี้:
| วัสดุหลังคา | จุดเด่น | ข้อควรพิจารณา |
|---|---|---|
| กระเบื้องหลังคา | สวยงามเข้ากับตัวบ้าน | น้ำหนักมาก ควรใช้กับเสาปูน |
| เมทัลชีท | น้ำหนักเบา ราคาไม่แพง | เสียงดังเวลาฝนตกและไม่กันความร้อน |
| ไวนิล | ทนทาน กันความร้อน เสียงเบา | มีราคาแพงกว่าวัสดุอื่น |
วัสดุปูพื้นโรงจอดรถ
- อิฐบล็อก: ให้ความเป็นธรรมชาติ จัดวางได้หลากหลายลวดลาย
- คอนกรีตเทพื้น: แข็งแรงที่สุด สามารถเทปูนเสริมเหล็กหรือพิมพ์ลายบนพื้นปูนได้
- กระเบื้องปูพื้น: มีให้เลือกหลากหลายลวดลาย แต่ควรใช้กระเบื้องที่มีความหยาบเพื่อกันพื้นลื่น
นอกจากนี้ เจ้าของบ้านควรมีการเดินปลั๊กไฟและก๊อกน้ำ เพื่อความสะดวกในการล้างรถ จากข้อมูลทั้งหมดนี้ เจ้าของบ้านก็สามารถเลือกรูปแบบและวัสดุให้เหมาะสมเพื่อให้ได้โรงจอดรถหน้าบ้านที่เหมาะสมต่อการใช้งาน และคุ้มค่ากับเงินที่จะต้องจ่ายให้มากที่สุด