6 วิธีติดตั้งระบบไฟฟ้าภายในบ้านให้ปลอดภัย
ไฟฟ้าเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับทุกคน ด้วยอุปกรณ์หลายอย่างในบ้านต่างก็ต้องใช้ไฟฟ้า ถึงจะมีประโยชน์มากมาย แต่ก็แฝงอันตรายด้วยเช่นกันถ้าติดตั้งไม่ถูกวิธี หากติดตั้งระบบไฟฟ้าภายในบ้านให้เหมาะสมและถูกต้องตั้งแต่แรก เราจะหมดปัญหาเรื่องน่าปวดหัวและปลอดภัยต่อการใช้งาน เนื่องจากข้อควรรู้ในการติดตั้งระบบไฟฟ้ามีความสำคัญต่อชีวิตและทรัพย์สิน ดังนี้
1. การติดตั้งอุปกรณ์ตัดวงจรอัตโนมัติ
การติดตั้งอุปกรณ์ตัดวงจรอัตโนมัติ เป็นส่วนนึงที่ช่วยเพิ่มความปลอดภัยในการใช้งานไฟฟ้า เพราะถ้ามีกระแสไฟฟ้าที่รั่วไหลออกจากเครื่องใช้ไฟฟ้า หรือมีกระแสไฟฟ้าลัดวงจร อุปกรณ์นี้จะตัดวงจรทันที ซึ่งถือเป็นการเพิ่มความปลอดภัยให้กับการใช้ไฟฟ้าในบ้านที่เจ้าของบ้านควรให้ความสำคัญ
2. ติดตั้งสายดินเพื่อความปลอดภัย
สายดิน จะช่วยลดอันตรายที่จะเกิดขึ้นภายในวงจร โดยปกติจะติดตั้งไว้อยู่ที่เมนไฟ และมักจะทำงานคู่กับอุปกรณ์ตัดวงจรอัตโนมัติ การต่อสายดินจะช่วยลดอันตรายจากการสัมผัสกระแสไฟฟ้ารั่วได้ โดยกระแสไฟฟ้าที่รั่วนั้นจะไหลลงสู่ดินผ่านสายดินที่ต่อไว้ แทนที่จะไหลเข้าสู่ผู้ใช้ไฟฟ้าโดยตรง หรือพูดง่าย ๆ ว่าป้องกันไฟดูดนั่นเอง
3. การแยกวงจรไฟฟ้าให้เป็นส่วน ๆ
การแยกวงจรให้เป็นส่วน ๆ จะทำให้แก้ไขและบำรุงรักษาง่ายขึ้น ยิ่งเป็นเครื่องใช้ไฟฟ้าที่มีการใช้ปริมาณไฟฟ้าสูง ๆ เช่น เครื่องปรับอากาศ ควรมีการแยกสวิตช์โดยเฉพาะ โดยไม่ควรติดตั้งระบบไฟฟ้าทุกอย่างในบ้านให้อยู่ภายในสวิตช์เดียวกัน เพื่อความปลอดภัยและการซ่อมบำรุงที่สะดวกกว่า
4. การเดินสายไฟภายในท่อร้อยสายไฟ
การเดินสายไฟโดยเฉพาะการเดินในที่ลับตาเช่น ใต้ผนัง ใต้ฝ้า ควรจะมีการเดินภายใน ท่อร้อยสายไฟ ไม่ว่าจะเป็นท่อแข็งหรือแบบท่ออ่อน เพราะการใช้งานตามสภาพแวดล้อมอาจจะโดนสิ่งแปลกปลอม เช่น ฝุ่น น้ำ แมลง หรือสัตว์อื่น ๆ ที่จะเข้าไปทำลายสายไฟ ซึ่งจะทำให้สายไฟชำรุดเสียหายได้ อีกทั้งการเดินสายไฟแบบร้อยท่อจะช่วยยืดอายุการใช้งานได้นานขึ้น
5. เลือกขนาดสายไฟและอุปกรณ์ที่ได้มาตรฐาน
การคำนวณปริมาณไฟฟ้าที่จะใช้เพื่อเลือกขนาดสายไฟให้เหมาะสมต่อการใช้งานเป็นสิ่งสำคัญ หากเลือกใช้สายไฟที่ไม่เหมาะสมจะส่งผลให้สายไฟมีความร้อนสูง เสี่ยงต่อฉนวนกันไฟฟ้าจะเกิดการละลาย จนทำให้เกิดเหตุไฟฟ้าลัดวงจรได้ นอกจากนี้ควรคำนึงถึงสิ่งต่อไปนี้:
- การเลือกสายไฟที่มีมาตรฐาน: ควรมีฉนวนหุ้ม เพื่อป้องกันการสัมผัสกับสายไฟโดยตรง
- การจับยึดสายไฟ: เมื่อติดตั้งแบบติดผนัง ควรมีอุปกรณ์จับยึดอย่าง เข็มขัดรัดสาย รางไฟ หรือท่อร้อยสายไฟ
- รอยต่อสายไฟ: ควรเก็บรอยต่อ หรือจุดเชื่อมให้เรียบร้อย เพื่อป้องกันเหตุไฟช็อต
6. ตรวจเช็คและเปลี่ยนอุปกรณ์ที่ชำรุด
ทั้งอุปกรณ์ไฟฟ้า และเครื่องใช้ไฟฟ้า จะมีอายุการใช้งานในตัว ดังนั้นเมื่อมีการใช้งานในระยะเวลาหนึ่ง ควรมีการตรวจเช็คและเปลี่ยนใหม่ถ้าหากมีการชำรุด ข้อสังเกตว่าควรเปลี่ยนสายไฟ คือ สายไฟเปลี่ยนสี หรือสายไฟมีร่องรอยกรอบหรือแตก หากปล่อยไว้หรือทนใช้งานต่อไปอาจเป็นอันตรายถึงชีวิตได้
ตารางเปรียบเทียบอายุการใช้งานของสายไฟ
| ประเภทการติดตั้งและวัสดุ | อายุการใช้งานโดยประมาณ |
|---|---|
| สายไฟบ้านสมัยก่อน / สายไฟที่โดนแดดและฝน | ไม่เกิน 10 ปี |
| สายไฟพีวีซี (PVC) ที่ได้มาตรฐานในปัจจุบัน | 15 - 20 ปี |
| การเดินสายไฟแบบร้อยท่อ | 15 - 30 ปี |
สุดท้ายการติดตั้งระบบไฟฟ้าจะเหมาะสมและถูกต้องได้นั้น การเลือกผู้เชี่ยวชาญหรือช่างชำนาญเฉพาะทางที่มีความรู้ความเข้าใจมาติดตั้งจะช่วยให้เราวางใจได้ เพื่อความปลอดภัยของผู้ใช้งานในบ้านทุกคน