ธอส. ร่วมกับ สำนักงานประกันสังคม ลงนาม MOU โครงการสินเชื่อที่อยู่อาศัยเพื่อผู้ประกันตน พ.ศ. 2567
ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) ร่วมกับ สำนักงานประกันสังคม ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) จัดทำโครงการสินเชื่อที่อยู่อาศัยเพื่อผู้ประกันตน พ.ศ. 2567 กรอบวงเงิน 10,000 ล้านบาท ปล่อยสินเชื่ออัตราดอกเบี้ยต่ำ 5 ปีแรก เพียง 1.59% ต่อปี ให้กับผู้ประกันตนตามมาตรา 33, 39 หรือ 40 ที่ต้องการซื้อ หรือปลูกสร้างที่อยู่อาศัย โดยเน้นการช่วยเหลือผู้ประกันตนให้มีบ้านเป็นของตนเอง
รายละเอียดและเงื่อนไขการขอสินเชื่อ
นายกมลภพ วีระพละ กรรมการผู้จัดการ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ เปิดเผยว่า โครงการนี้ให้สิทธิ์ผู้ประกันตนสามารถขอสินเชื่อเพื่อซื้อหรือปลูกสร้างที่อยู่อาศัย ภายใต้วงเงินกู้ไม่เกิน 2 ล้านบาท โดยมีรายละเอียดอัตราดอกเบี้ยดังนี้:
- ปีที่ 1 - 5: อัตราดอกเบี้ยเพียง 1.59% ต่อปี (ผ่อนชำระเงินงวดคงที่)
- ปีที่ 6 - 8: เท่ากับ MRR - 2.00% ต่อปี
- ปีที่ 9 จนถึงตลอดอายุสัญญา: เท่ากับ MRR - 0.50% ต่อปี
(หมายเหตุ: อัตราดอกเบี้ย MRR ของ ธอส. ปัจจุบันเท่ากับ 6.545% ต่อปี) สำหรับวงเงินกู้ส่วนที่เกิน 2 ล้านบาท สามารถใช้อัตราดอกเบี้ยผลิตภัณฑ์อื่นของธนาคารได้ โดยกรณีกู้ 1 ล้านบาท ผู้ประกันตนจะผ่อนชำระเงินงวดเพียง 3,400 บาท เท่านั้น
ข้อมูลสรุปโครงการสินเชื่อที่อยู่อาศัยเพื่อผู้ประกันตน พ.ศ. 2567
เพื่อให้เห็นภาพรวมของโครงการ สามารถสรุปข้อมูลสำคัญได้ดังนี้:
- กลุ่มเป้าหมาย: ผู้ประกันตนตามมาตรา 33, 39 หรือ 40
- วัตถุประสงค์การกู้: เพื่อซื้อ หรือปลูกสร้างที่อยู่อาศัย
- กรอบวงเงินโครงการ: 10,000 ล้านบาท
- วงเงินกู้สูงสุดตามเงื่อนไขดอกเบี้ยพิเศษ: ไม่เกิน 2 ล้านบาทต่อราย
- ระยะเวลาผ่อนชำระ: ผ่อนได้นานสูงสุด 40 ปี
ขั้นตอนและกำหนดการเข้าร่วมโครงการ
ผู้ประกันตนตามมาตรา 33, 39 หรือ 40 ที่สนใจเข้าร่วมโครงการ จะต้องปฏิบัติตามขั้นตอนดังนี้:
- ลงทะเบียนขอหนังสือรับรอง: ลงทะเบียนกับสำนักงานประกันสังคม ผ่านทาง Application SSO PLUS เพื่อขอหนังสือรับรองสถานะความเป็นผู้ประกันตน และลงลำดับคิวเพื่อรับสิทธิ์เข้าร่วมโครงการ ได้ตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2567 เป็นต้นไป
- ยื่นขอสินเชื่อที่ธนาคาร: นำเอกสารส่วนตัว เอกสารแสดงรายได้ และเอกสารหลักประกัน มายื่นขอสินเชื่อได้ที่ ธอส. ทุกสาขาทั่วประเทศ ตั้งแต่วันที่ 8 พฤศจิกายน 2567 ถึงวันที่ 30 ธันวาคม 2568
ทั้งนี้ ธนาคารอาจปิดรับคำขอสินเชื่อก่อนกำหนดระยะเวลาดังกล่าว หาก ธอส. ให้สินเชื่อเต็มกรอบวงเงินโครงการแล้ว จากความสำเร็จในปี 2565 ที่สามารถช่วยให้ผู้ประกันตนมากกว่า 25,300 ราย เข้าถึงสินเชื่ออัตราดอกเบี้ยต่ำ คาดว่าความร่วมมือในครั้งนี้จะทำให้ผู้ประกันตนมีบ้านเป็นของตนเองเพิ่มขึ้นได้ไม่ต่ำกว่า 5,000 ราย