การคิดราคากลางงานทางและงานชลประทานในจังหวัดพื้นที่ฝนชุก
การคิดราคากลางงานทางและงานชลประทานในจังหวัดพื้นที่ฝนชุก ตามหลักเกณฑ์ราคากลางงานก่อสร้างของราชการ มติ ครม. 13 มีนาคม 2555 จังหวัดที่หลักเกณฑ์ราคากลางงานก่อสร้างของราชการ ได้กำหนดเป็นพื้นที่ฝนชุก จะเกี่ยวข้องกับการคิดราคากลางงานก่อสร้างทาง และ งานก่อสร้างชลประทานเท่านั้น
ขอบเขตและการบังคับใช้หลักเกณฑ์
จังหวัดพื้นที่ฝนชุก ไม่ใช้หรือไม่มีผลกับการคำนวณราคากลางงานก่อสร้างอาคาร หรือ ราคากลางงานก่อสร้างสะพานและท่อเหลี่ยม โดยพื้นที่ฝนชุกจะมีผลต่อการคิดค่างานต้นทุน และค่าดำเนินงานก่อสร้าง (Factor F)
พื้นที่ฝนชุกกับค่างานต้นทุนงานก่อสร้าง
ในการทำงานก่อสร้างทางและงานก่อสร้างชลประทาน ค่างานต้นทุนส่วนที่เป็นค่าเครื่องจักรหรือการทำงานของเครื่องจักร มีผลกระทบจากฝนตก หากฝนตกจะทำให้เครื่องจักรทำงานไม่ได้หรือทำงานไม่สะดวก เมื่อเครื่องจักรไม่ได้ทำงาน หรือ ทำงานน้อยลง เช่นถ้าพื้นที่ปกติ คิดเครื่องจักรทำงาน 300 วันต่อปี ในพื้นที่ฝนชุกเครื่องจักร อาจทำงานได้แค่ 250-270 วันต่อปี เป็นต้น ก็จะทำให้ค่าเสื่อมเครื่องจักร ในพื้นที่ฝนชุกมากกว่าพื้นที่ปกติ
ไม่ว่าจังหวัดในพื้นที่ฝนชุก 1 หรือ ฝนชุก 2 ก็ใช้ค่างานช่องฝนชุก ส่วนจังหวัดที่ไม่ใด้อยู่ในพื้นที่ประกาศฝนชุกก็ใช้ค่างานในช่อง ปกติ ซึ่งรวมถึงตารางค่าดำเนินการและค่าเสื่อมราคา หลักเกณฑ์ราคากลางงานก่อสร้างทาง และตารางอัตราราคางานดิน หลักเกณฑ์ ราคากลางงานก่อสร้างชลประทาน
พื้นที่ฝนชุกกับค่าดำเนินงานก่อสร้าง (Factor F)
ในการดำเนินงานก่อสร้าง การบริหารจัดการ ก็ได้รับผลกระทบเช่นกัน ในการคิดค่าดำเนินงานก่อสร้างให้ผู้รับจ้าง หรือ การใช้ตาราง Factor F จึงกำหนด ค่า Factor F ไว้ 3 ค่า คือ:
- ช่อง Factor F สำหรับพื้นที่ปกติ
- ช่อง Factor F ฝนชุก 1 สำหรับจังหวัดพื้นที่ฝนชุก 1
- ช่อง Factor F ฝนชุก 2 สำหรับจังหวัดพื้นที่ฝนชุก 2
ข้อมูลรายชื่อจังหวัดในพื้นที่ฝนชุก
สำหรับจังหวัดที่ถูกกำหนดให้เป็นพื้นที่ฝนชุกตามประกาศ มีรายละเอียดดังนี้:
- พื้นที่ฝนชุก 1: ได้แก่ กรุงเทพมหานคร กระบี่ จันทบุรี ชุมพร เชียงราย ตรัง นครนายก ปราจีนบุรี พัทลุง ภูเก็ต ยะลา สกลนคร สตูล และหนองคาย
- พื้นที่ฝนชุก 2: ได้แก่ ตราด นครพนม นครศรีธรรมราช นราธิวาส บึงกาฬ พังงา ระนอง และสงขลา
หลักเกณฑ์การพิจารณาใช้ค่างานในทุกกรณี
การใช้ค่างานฝนชุก ทั้งในส่วนของค่างานต้นทุนและตาราง Factor F จะพิจารณาแค่ว่า เป็นจังหวัดที่ประกาศพื้นที่ฝนชุก 1 หรือ 2 หรือไม่ ไม่ว่าห้วงเวลาก่อสร้างจะมีฝนตกหรือไม่มีฝนตก อยู่ในฤดูกาลใด ก็ใช้ค่างานฝนชุก ในทุกกรณี
หากอยู่ในจังหวัดพื้นที่ฝนชุกให้ใช้ค่างานฝนชุกได้ตามหลักเกณฑ์ราคากลางกำหนด โดยไม่ต้องไปพิจารณาว่าทำงานในฤดูกาลใด และระยะเวลาทำงานก่อสร้างจะสั้นหรือยาว เนื่องจากการทักท้วงว่างานก่อสร้างในหน้าแล้งไม่ได้รับผลกระทบนั้นเป็นการทักท้วงที่ไม่ถูกต้องตามหลักเกณฑ์