วิธีคำนวณราคาสร้างบ้านและราคาประเมินค่าก่อสร้างต่อตารางเมตร
การเริ่มต้นของการสร้างบ้าน ปัจจัยหนึ่งที่สำคัญที่สุดไม่แพ้ส่วนอื่นๆ นั่นคือ การประเมินราคาสร้างบ้านเนื่องด้วยราคาเป็นขอบเขตหลักที่จะทำให้เราสามารถเลือกแบบบ้านได้ตามความเหมาะสมของงบประมาณที่มี ซึ่งทุกคนสามารถประมาณราคาด้วยตนเองได้
วิธีคำนวณราคาสร้างบ้านเบื้องต้น
ค่าก่อสร้างบ้าน เบื้องต้นสามารถคำนวณได้คร่าวๆ ด้วยสมการนี้: ราคาค่าก่อสร้างบ้านแต่ละประเภท x ขนาดของบ้านที่ต้องการ = ราคาค่าก่อสร้าง
จุดสำคัญคือต้องรู้ขนาดพื้นที่ใช้สอยภายในบ้าน แล้วนำมาคำนวณกับราคาก่อสร้าง โดยจะคิดเป็นตารางเมตร นำค่าก่อสร้างดังกล่าว มาคูณกับขนาดพื้นที่ใช้สอย เพียงเท่านี้ก็จะได้ราคาก่อสร้างโดยประมาณแล้วครับ
ตารางประมาณการค่าก่อสร้างตามประเภทบ้าน
อันนี้เป็นราคาประเมินราคาวัสดุก่อสร้างคุณภาพสูง และเป็นเพียงการประมาณการเท่านั้น ยังไม่รวมค่าที่ดินและค่าใช้จ่ายอื่นๆ
| ประเภทบ้าน | ราคาค่าก่อสร้างต่อตารางเมตร (บาท) |
|---|---|
| บ้านเดี่ยว | 14,500 |
| บ้านแฝดชั้นเดียว | 12,600 |
| บ้านแฝด 2-3 ชั้น | 11,000 |
| ทาวน์โฮม 2-3 ชั้น กว้าง 4 เมตร | 10,500 |
| ทาวน์โฮม 2-3 ชั้น กว้าง 5-6 เมตร | 12,100 |
ตัวอย่างการคำนวณ
สมมติว่าต้องการสร้างบ้านเดี่ยว 2 ชั้น ขนาด 200 ตารางเมตร (รวมทั้ง 2 ชั้นแล้ว) ราคาค่าก่อสร้างก็จะเป็น 14,500 x 200 = 2,900,000 บาท
การจ้างผู้รับเหมาแบบเหมาเฉพาะค่าแรง
หลายท่านอาจมีข้อสงสัยเกี่ยวกับเรทราคาสร้างบ้าน เช่น จ้างผู้รับเหมา ตรม.ละ 3,500 เฉพาะค่าแรง ถือว่าแพงไหม สำหรับการเหมาเฉพาะค่าแรงนั้น บางเจ้าคิดตารางเมตรละ 4,370 บาท หรือ 4,500 บาท ในขณะที่บางคนให้ข้อมูลว่า ค่าแรงทั้งหมดไม่ควรเกิน 400,000 บาท สำหรับพื้นที่ประมาณหนึ่ง
ในการคิดพื้นที่ก่อสร้าง ผู้รับเหมาส่วนมากมักคิดราคาตามพื้นที่ใช้สอย แต่ในบางกรณีอาจมีการคิดพื้นที่ชายคาเพิ่มมาด้วย เช่น:
- คิดพื้นที่ภายในเสา คิดเต็ม ตร.ม. ละ 2,000 - 3,500 บาท
- พื้นที่ชายคา นับพื้นที่หลังคาแล้วคิดครึ่งหนึ่งของราคาเต็ม
- งานมุงหลังคา อาจคิดแยกที่ 70 บาท / ตรม.
ข้อควรระวังและปัจจัยเพิ่มเติม
ราคาประเมินดังกล่าวนี้ใช้สำหรับบ้านทั่วไป สร้างในพื้นที่ทั่วไป กรณีที่มีความซับซ้อนในโครงสร้าง มีดีไซน์ที่ยากต่อการก่อสร้าง ใช้วัสดุพรีเมี่ยม หรือสร้างในพื้นที่ที่ดำเนินการได้ยาก ค่าใช้จ่ายอาจสูงขึ้นได้ตามความเหมาะสมและเหตุปัจจัยนั้นๆ
ผู้สร้างบ้านจำเป็นต้องเตรียมเงินไว้สำหรับกรณีการก่อสร้างจริงที่อาจเป็นไปได้ว่างบจะบาน เพราะบ่อยครั้งเมื่อดำเนินการสร้างแล้ว เจ้าของบ้านอาจจะอยากเพิ่มเติมส่วนต่างๆ หรืออาจติดปัญหาในกระบวนการก่อสร้าง จึงจำเป็นต้องเผื่อเงินก้อนนี้ไว้ด้วย นอกจากนี้ยังต้องมีค่าออกแบบกรณีจ้างสถาปนิก วิศวกร และค่าใช้จ่ายในการตกแต่งภายใน ซื้อเฟอร์นิเจอร์ เครื่องใช้ไฟฟ้า และของใช้อื่นๆ