เทคนิคการตรวจสอบงานฐานราก เสาเข็ม ตอม่อ ฟุตติ้ง และคานคอดิน สำหรับการสร้างโกดังและโรงงาน
การออกแบบงานฐานรากต้องออกแบบโครงสร้างโกดัง โครงสร้างโรงงาน จบทั้งหมดแล้ว จึงจะเริ่มออกแบบฐานรากได้ โดยการออกแบบฐานรากแบ่งเป็น 2 ส่วน คือ ส่วนที่รับโครงสร้างอาคาร และส่วนที่รับพื้นน้ำหนักตรงกลาง การออกแบบฐานรากพื้นเพื่อรับโครงสร้างเสาเป็นไปตามงานวิศวกรรม ส่วนการออกแบบฐานรากพื้นเพื่อรับน้ำหนักสิ่งของตรงกลางอาคารขึ้นกับการใช้งาน
ขั้นตอนการทำฐานรากเพื่อสร้างโกดังและโรงงาน
1. การวางผังอาคารและการกำหนดระดับ
การวางผังอาคารที่มีขนาดใหญ่อย่างงานโกดังโรงงานต้องมีการวางผังที่ได้ฉาก สิ่งสำคัญคือการวัดระยะทั้ง 4 ด้าน และการวางมุมทแยงต้องเท่ากันตามการคำนวณ อีกส่วนที่สำคัญคือการหาระดับพื้นที่ต้องการ โดยควรที่จะทำระดับพื้นที่สูงกว่าพื้นอื่นๆ อย่างน้อย 10 ซม. และต้องร่นระยะให้ตรงตามข้อกฎหมายจากขอบเขตที่ดิน
2. การวางหมุดและการตอกเข็ม
หลังจากวางผังเรียบร้อยก็ทำการตอกหมุดตามตำแหน่งที่จะต้องตอกเข็ม และดำเนินการตอกเข็มตามแบบ หลักการตรวจสอบเข็มมีเรื่องของขนาดเข็มที่กำหนดจากแบบ และระยะ blow count จากนั้นก็ทำการตัดหัวเข็ม เทลีนหัวเข็ม และทำการวัดระยะหัวเข็มเพื่อเตรียมถ่ายระยะในการทำฟุตติ้ง
3. การเตรียมเหล็กฐานรากและเสาตอม่อ
การเตรียมเหล็กเพื่อทำฟุตติ้งและตอม่อเป็นส่วนสำคัญเพราะใช้ในการรับน้ำหนักโครงสร้าง ในการวางรากฐานจะเริ่มด้วยการตรวจสอบสภาพภูมิประเทศเพื่อดูว่าจะใช้การลงเสาเข็มแบบไหน หลังจากนั้นจะต้องมีการหล่อฐานรากหรือที่เรียกกันว่าฟุตติ้งหรือตะกร้อ โดยวางเสาตอม่อฝังเอาไว้เพื่อรับกับคานคอดินและเสาชั้น 1
ข้อเปรียบเทียบระหว่างเหล็กหน้างานและเหล็กผูกสำเร็จ
| หัวข้อเปรียบเทียบ | การตัดและดัดเหล็กหน้างาน | การใช้เหล็กแบบผูกสำเร็จ (Ready-made) |
|---|---|---|
| พื้นที่จัดเก็บ | ไม่มีพื้นที่จัดเก็บเหล็กเส้นยาว และไม่เหลือพื้นที่ทำงานตัด-ดัดเหล็ก | จัดพื้นที่แค่วันที่ของมาส่ง และสามารถยกเข้าแบบได้ทันที |
| ระยะเวลาการทำงาน | ระยะเวลาในการทำมีจำกัด และอาจไม่เสร็จตามกำหนดการ | รู้กำหนดส่งที่แน่นอนทำให้วางแผนงานได้อย่างแม่นยำ |
| การสูญเสียวัสดุ | คนงานไม่เชี่ยวชาญทำให้เหลือเศษเหล็กเยอะ เสียค่าเหล็กเพิ่ม | ประหยัดเงินที่จ่ายให้กับเศษเหล็กที่ไม่ได้ใช้และค่าขนเศษออกไป |
| ความแม่นยำ | ช่างไม่สามารถทำได้ตรงตามระยะที่วางไว้อย่างแม่นยำ | ตรงตามแบบ ไม่เบี้ยว ไม่เกิน ไม่ขาด ผลิตจากเครื่องจักรที่ได้มาตรฐาน |
4. การติดตั้งคานคอดินและ J-bolt
หลังจากทำฟุตติ้งและโผล่ตอหม้อไว้เรียบร้อย จะเริ่มดำเนินการผูกเหล็กคานคอดินและนำไปติดตั้งตามแบบรอบอาคาร สิ่งสำคัญในการตรวจสอบคือจำนวนของเหล็กที่มาผูก ขนาดเหล็ก และขนาดของคานคอดินเมื่อเทคอนกรีตเสร็จ ส่วนก่อนเทคานคอดินจะดำเนินการติดตั้ง J-bolt (เจโบลท์) เพื่อใช้ในการติดตั้งเสาโครงสร้างโกดังและคลังสินค้า
5. การเตรียมพื้นคอนกรีตภายใน
เนื่องจากระดับพื้นคอนกรีตภายในจะเท่ากับระดับคานคอดินและสูงกว่าพื้นดินเดิม จึงต้องมีการถมดินและทรายเพิ่มเติมเพื่อปรับระดับดินให้พอดี สิ่งที่ต้องตรวจสอบคือ:
- การปูพลาสติก: ตรวจสอบว่าในแบบให้ปูพลาสติกหนากี่ มม.
- เหล็กพื้น: เหล็กพื้นใช้ขนาดเท่าใด และช่องตาข่ายในการผูกเหล็กกี่ ซม.
6. ขั้นตอนการเทคอนกรีตพื้น
เป็นขั้นตอนสุดท้ายของการเทพื้นคอนกรีต สิ่งสำคัญคือต้องมีไกด์เซ็ตระดับเพื่อให้สามารถปาดงานพื้นได้เรียบเท่ากัน โดยต้องเช็คความหนาก่อนเทให้เกินมาตรฐานที่ระบุในแบบ และตรวจสอบสเปคของคอนกรีตว่าเป็นตามที่ตกลงหรือไม่ รวมถึงระบุผิวสุดท้ายว่าเป็นแบบใด เช่น ขัดมัน หรือ ฟลอฮาร์ด